29 ธันวาคม 2551

ขอบคุณสำหรับ ของขวัญปีใหม่ กับไข่สองฟอง


ของขวัญวันปีใหม่ อันแสนเศร้า

"วี วิส ยัว อะ เมอรี่ คริส มาส ๆ แอน อะ แฮป ปี้ นิว เยียร์" อืม ร้องไม่ออกครับ เพลงแบบนี้ มันไม่ แฮปด้วยหรอก มีที่ไหน ก่อนปีใหม่ได้ของขวัญจากใจ พี่ซานต้า เป็นไข่ สามฟอง ฟองแรก เจอแมนยูดีหน่อย เพราะแบ่งให้เขากินด้วย
มาฟองที่สอง ช้ำใจ ต้องกินคนเดียว เพราะ ตูนอามี่ มันไม่ยอมเอาไปกินด้วย มาไข่ฟองที่สาม สุดชอกช้ำ เพราะเป็นไข่ที่ ได้รับของขวัญมาจาก ทีมบ๊วยท้ายตารางอย่าง เวสบอมวิส แอลเบี้ยน

การพ่ายแพ้นัดนี้ มันช่างมีอะไรให้คิดในหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็่นระบอบบทัก เฮ้ยย ระบบรามอส มันจะกลับมาอีกหรือป่าว จ่าแฮรี่เริ่มสับสนรึป่าว การทำทีมแพ้นัดสองนัดหรือยิงคู่ต่อสู้ไม่ได้ มันก็น่าจะไปปรับให้ตรงจุด ไม่ใช่มา สวอปปปป เอากลางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้
เลนน่อลไปซ้ายบ้าง เบนลี่มาขวาบ้าง เบนลี่มาขวา เลนน่อนมาซ้ายบ้าง ทำยังไงก็ได้ให้โมดริชได้ยืนหน้าต่ำ เลยต้องทำให้เจ้าเบนท์ ยืนโดดเดี่ยวแบบเซ็งๆๆ กะอีกแค่ ยืนสองคนยังแย่ นี่ต้องมายืนคนเดียว หนำซ้ำคืนนี้ช่างเหงาเหลือเกิน ไอ้ฟู โดนไล่ออก แล้วมันต้องเอากลางลงไปรับ
แน่เลย แล้วตรูจะอยู่กับใครรรรร เบนท์มันบ่นอยู่คนเดียว

ส่วนท่านโจ้ นัดนี้หายหัวไปไหนก็ไม่ทราบ นี่ถ้าไม่มีการเปลี่ยนตัวเอาโจ้ออกนี่ผมไม่รู้เลยนะว่า โจ้พี่เข้าก็ลงนัดนี้ด้วย มันละมามุกเดิมทุกที ส่วนที่เป็นขี้ปากมากที่สุดวันนี้คงหนีไม่พ้น เบนลี่ หลังจาก รายงานสดจบลง บอร์ดของสเปอร์สไทยแลนด์ถึงกับแตก กระทู้บานเบอะ ไม่รู้เก็บกดกันมาจากไหน
ตั้งกระทู้กันให้บาานนนน แต่นั่นก็ไม่ใช่เป็นสิ่งเสียหาย เป็นปรากฎการณ์อันน่าชื่นใจ ที่เห็นแฟนไก่รักทีม จนมีผลกระทบต่อความรู้สึกมาขนาดนี้ นัดนี้ว่าไปถึง การจัดตัวลงเล่นของจ่า ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา ของนักเตะสเปอร์สแล้วนี่ช่างน่าใจหาย
ว่าต่อไป จะทำยังไง ไหนจะเกม ยูฟ่าคัพ ไหนจะเกมคาริงคัพ ในรอบรอง ไหนจะต้องมาลุ้นหนีตกชั้นแบบเต็มตัวซะที (ภูมิใจชะมัด)

จุดเปลียนของเกมนัดนี้ อันดับแรกไม่ใช่การจัดตัวอะไรของจ่าแกหรอก แต่เป็น การที่ไอ้ฟู (ได้ฉายาใหม่มาหมาดๆๆ) ไปโชว์สเตฟเมพพ ขิงๆๆ (เทพจริงๆ) นึกว่าตัวเองเป็นซีดาน กลับชาติมาเกิด เห็นกรรมการยืนอยู่ทนโท่ต่อหน้าต่อตา กะว่างานนี้กูได้เกิดแน่นอน กระโดดเหยียบบอลจะพลิกเหมือนในทีวี
ที่นักเตะดังๆชอบทำกัน แต่ไหนว่าไม่เป็นใจเป็นการที่ผู้ตัดสินมองอยู่ตรงนั้นว่าเป็น ยู นั่นละ ที่ยัน เกือกมาใส่ชาวบ้านเขาแบบน่าเกรียด เอาไปเลยไป ใบแดงไปหยุดความเมพของแกได้แล้ว

เหอๆๆๆ พี่เปาทำแบบนี้มันจะดีหรอ เห็นใจผมบ้างสิ ทีมผมกำลังลุ้นอยู่นะ มาให้ใบแดงแบบนี้ แฟนไก่ไม่พอใจนะ มันเป็นจุดเปลี่ยนนะ (พูดยังไง มันก็ไม่ฟัง เพราะมันไม่ได้ยิน) กรรมการแจกใบแดง ผมนั้งดู ทั้งโคสก ที่ภาคอยู่ยังร้องเสียงหลง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นถึงกับใบแดง เพราะดูจากเจตนาแล้ว มันไม่ให้ยังได้
เจ้าฟู มันต้องกลับ ไปมัดหัวมาใหม่ซะแล้วละ เพราะรู้สึกว่าตั้งแต่เอ็งฟูมาเนี่ย ดวงทีมจะไม่ค่อยเวิรคเท่าไหร่นะ หุหุ อันนี้แซวเล่น จริงๆแล้วเอก็อตโต้มันเล่นได้ดีเอามากๆๆ ชมไม่ขาดคำมันก็โดนไล่ซะแล้ว เป็นใบที่สองแล้วมั้งถ้าจำไม่ผิดในปีนี้ของเจ้าตัว

รางวัลอันแสนหวานของผมคือ ทีมชาติไทยได้ประตูนำก่อน โหยเล่นเอากองเชียร์เหงียน เงียบทั้งสนาม ธีรสินยิงเข้าผมคิดอยู่ว่ามันได้ประตูป่าววะ ทำไมไม่มีคนดีใจ เหอๆๆ ดีใจก็บ้าละ คนไทยมีไม่ถึง 5 % ในสนามเลย ผมเห็นอยู่ กระจุกเดียว สิบ ยี่สิบคนเท่านั้น สงสัยจะเป็นชาวไทยที่ทำงานที่นั่นหรือไม่ก็ กลุ่มที่ใจรักบินไปเชียร์ถึงขอบสนาม
วันนี้แพ้ไป ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากนักเพราะบอกตามตรงว่าบอลไทย ต้องเจอประสปการณ์แบบนี้บ้างครับ จริงๆ น่าจะชินแล้วนะเจอแบบนี้

อ่าวกลับมาว่ากันต่อเรื่องสเปอร์สดีกว่า หลังจากจบเกม จ่าแฮรี่ ถึงกับออกมาโวย ผู้ตัดสินว่า "ตัดสินยังงี้ได้ไหง อ่า" (พูดให้เสียงหล่อๆนะ) "เห็นๆอยู่ว่า ดอสั้น ของผม -*- หมายถึงไอ้ไมเคิลอะ ดอสั้นอะ มันถูกผลัก ก่อนที่จะถูกแย่งโหม่งไปอ่า เห็นไหมตาอะมีไหม ไอ้เปาบุ้นจิ้นนนนน แหม ทำไปได้" ที่บ้านเขาเรียกว่าแพ้แล้วพารครับจ่า
ผมว่าจ่าเอาเวลาโวย มาจัดระบบทีมให้ดีกว่านี้ดีไหม การจัดระบบ กลาง 5 ตัวเนี่ยมันไม่เวิคเท่าไหร่หรอก เพราะกองหน้าของจ่าแต่ละคนนี่ ช่างเป็นกองหน้าที่ไว้ใจได้ดีเหลือเกิน เก็บบอลก็ได้ดี ยิงก็คม หาจังหวะเองได้ดี ทั้งนั้นนนนน (ประชด อีกละ) ผมว่าบางทีอะนะ นักเตะดาวรุ่งเก่งๆๆ ก็ใหโอกาสมันขึ้นมาบ้าง ก่อนที่จ่าจะเสียพวกเขาไปหมดซะก่อน
ขนาดผมเล่น FM ผมเองยังต้องรั้งเด็กไว้เลยนะ จ่า อิอิ เคยเล่นป่าวๆๆๆ FM อะ วิทยุเมืองไทย

ปีนี้ไม่มีอีกแล้วละ สำหรับเกมที่ต้องมาลุ้น ดังนั้นของขวัญปีใหม่ปีนี้ของผมก็คือ ได้ไข่มาสามฟอง ผมไม่อยากได้แล้วอะจ่า ไข่ อยากกิน วาซาบิ จิ้มกับ ซูชิ บ้าง (มันคืออะไรหว่า) เออนั่นละ ยังไงก็อยากให้จ่าให้รางวัลผมและคนอื่นๆๆ เขามีความสุขในวันบอกซิ่งเดย์นี้หน่อยเหอะ เสกคาถาอะไรมาก็ได้ ให้สมชื่อ ฮูดินี่ พ่อมดในตำนานหน่อยจ่า ผมเองไม่ขออะไรมาก
ปีหน้าขอเด็ดๆๆ ซักตัว (หมายถึงกองหน้านะ) ขอแค่นี้พอ เอาแบบช่วยเหลือตัวเองได้หน่อยนะ ไม่ต้องพึ่งคนอื่นให้มันมาก ประมาณว่า กองกลางมันไม่ต้องทำไรอะ ส่งให้แม่มมมม วิ่งใช้ความสามารถเฉพาะตัวไปยิงเองได้ เอาแบบนั้นเลยมีไหม ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้ทำไงก็ได้เกมรุกเราให้มันเนี่ยนตาหน่อยนะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงงงงง สำหรับของขวัญปีนี้......

11 ธันวาคม 2551

ดีใจด้วยนะ รามอส..


ข่าวที่ได้ยิน เมื่อสองวันก่อน (9 ธค 08) ว่าฮวนเด้ รามอส ได้รับแต่งตั้งเป็นนายใหญ่แห่งใหม่แห่ง ซานดิเอโก้ เบอนาบิว ทำให้ผมรู้สึก ชื่นใจและดีใจกับ น้าฮวน ฮวนเด้ รามอสมาก เนื่องจากว่าคนที่มีความสามารถอย่าง รามอสนั้น ผมแน่ใจว่า
ต้องมีทีมที่ให้ข้อเสนอ เพื่อให้กุนซือ นิ่งเงียบ เฉียบแหลม รายนี้ไปคุมทีมอย่างแน่นอน และในที่สุด ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เรอัล มาร์ดริด เป็นทีมที่มอง ณ ตอนนี้เป็นทีมที่นักเตะทุกคนไฝ่ฝัน ที่จะเล่นบอลที่นั่น ไม่แค่นักเตะรวมไปถึงผู้จัดการทีมด้วย ใครที่ได้คุมทีมเรอัล มาร์ดริด ก็ต้องมีเกรียติในการคุมทีมที่ใหญ่ที่สุดในโลกทีมนึง แต่ถ้าเรามองในอีกแง่มุมนึงนั้น
ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ หรือแม้แต่ผู้จัดการทีมนั้น จะต้องรับภาระแรงกดดันอย่างยิ่งยวดแน่นอน รีลมาร์ดริดเป็นทีมยักใหญ่ สิ่งที่บอร์ดบริหารต้องการ คือแชมป์ลาลีก้า และแชมป์ยุโรป ถึงแม้บางที กุนซือสามารถพาทีมคว้าแชมป์ไปครองได้แต่ก็ใช่
ว่าจะสามารถ นั่งบนเก้าอี้แห่งนี้ได้ตลอดไป ยกตัวอย่างได้ชัดเจนนั่นก็คือ ฟาบิโอ คาเปโร่

กลับมามองที่ฮวนเด้ รามอสนั้น เป็นสิ่งที่ท้าท้ายสำหรับกุนซือชาวเสปนขนานแท้อย่างเขา และเป็นสิ่งที่ลงตัวอย่างมากในการคุมทีม มารดริด เนื่องจาก เรื่องปัญหาที่ต้องทำให้เขากระเด็นตกจากเก้าอี้กุนซือไวท์ฮาร์ทเลน นั้นก็เป็นเรื่องการสื่อสาร
แต่การที่เขาได้คุมทีม ดังอย่างมาริดนั้น ปัญหานี้ตัดทิ้งไปแน่นอน นักเตะดังๆ ในทีมรีลมาร์ดริดเกือบทั้งทีมใช้ภาษาเสปนกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น คาซิยาส มิเคน ซากาโด้ เซจิโอ รามอส ราอูล กอนซาเรส กูตี รูเบน เดอดาเรด มิเกล ตอเรส ฮาวีกาเซีย อัลเบอร์โต บูลโน
และนักเตะต่างชาติอย่าง เปเป้ กาโก้ ซาบิโอร่า มาเซโร่ ไฮเซ่ ฮิวกัวอิน ต่างก็เข้าใจภาษาเสปนดีทั้งนั้น

และปัญหาเรื่องของการ ซื้อขายตัวนักเตะนั้น รีลอัลมาร์ดริด เป็นทีมที่อยากได้ใครแล้วนั้นมันเป็นเรื่องแสนง่าย นักเตะดังๆหลายคน มักจะมีข่าวกับรีลมาตลอด ดังแค่ไหน ก็อยากเล่นให้มาร์ดริดซักครั้งในชีวิต ผู้จัดการทีมก็เช่นเดียวกัน ถ้าได้คุมรีล มาร์ดริด โอกาสสร้างชื่อเสียงมันง่าย
สำหรับ รามอสเป็นสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ ตัวของเขาจริงๆแล้วละว่า การที่เขาพาทีมสเปอร์สตกต่ำขนาดไม่แพ้ใครเลยนั้น เป็นเพราะปัญหาที่เขามีอยู่หรือปล่าว ถ้าเกิดผลงานใน เบอร์นาบิวออกมาไม่ดี คงไม่มีอะไรที่จะทำให้ รามอสแก้ตัวได้อีกต่อไป แต่ถ้ารามอสทำผลงานได้อย่างต่อเนื่อง
จะทำให้เครดิต รามอสกลับมา แน่นอน ความลงตัว และความเหมาะสมครั้งนี้ ไม่มีใคร ขัดแย้ง เมื่อได้ทราบว่ารามอสคุม รีลอัล มาร์ดริด

ผลกระทบกับทีมดังๆ หรือว่านักเตะดังๆ หลายคนอาจจะมีบ้างยกตัวอย่างหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ บางทีภายใต้การคุมทีมของ รามอส อาจไม่ต้องการนักเตะรายนี้อีกต่อไปเพราะรามอส เป็นสไตปั้นนักเตะที่มีอยู่ให้ดัง (ทำไมอยู่สเปอร์สซื้อนักเตะเป็นว่าเล่น) ดังนั้นเรื่องคุณภาพผู้เล่น
ในทีมไม่ต้องห่วงแน่นอน ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะสามารถเค้นพลังที่แฝงอยู่ ออกมาได้หรือปล่าว นักเตะอีกคนที่น่าจับตามองที่ รามอส อยากได้มากเมื่อครั้งสมัยอยู่กับสเปอร์สก็คือ อาชาวิน
ถึงกับน้อยใจ เมื่อบอร์ดบริหารของสเปอร์ส ไม่สามารถซื้อตัวนักเตะได้ก่อนตลาดปิด คราวนี้คงจะสมใจอยากรามอส เป็นได้ แต่มีสิ่งนึงที่ทำให้แฟนไก่ หวาดๆกลัวๆ ก็คงเป็นเรื่องที่เจ้าตัว จะมาหอบเอานักเตะสเปอร์สไปอยู่ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นรายของโซโกร่า นั่นเอง

การคุมทีมเรอัลมาร์ดริด เป็นสิ่งที่ไม่ยากสำหรับรามอส การคุมทีมอย่างเป็นทางการของเขาต้องออกไปเจอ บาเซโลน่า เป็นงานใหญ่ หนักอึ้งที่จะต้องเรียกศรัทธามาให้ได้ ถึงแม้ว่าการคุมทีมนัดแรกจริงๆนั้นเป็นการพาทีมเอาชนะ เซนิต ที่มีอาชาวินอยู่ไปถึง 3-0 ได้ก็ตามในศึกแชมเปียนลีก
แต่การเจอกับทีมคู่อริตลอดกาล อย่างบาซ่าเป็นสิ่งที่รามอส ต้องพิสูจน์ตัวเอง มองไปเหมือนเป็นกำแพงหนา ที่ถ้าเขาสามารถข้ามมันไปได้ รับรองรามอส อนาคตสดใสในรังเบอร์นาบิวแน่นอน

จากนี้ไปก็คงต้องขอขอบคุณรามอส ที่นำสิ่งดีๆ มาให้สเปอร์สไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ความดีใจ และชัยชนะต่างๆ ความรู้สึกทั้งดีใจเสียใจ ตื่นเต้น ที่นายทำให้มีมากมาย เราจะจดจำสิ่งดีๆ ที่เคยให้ไว้กับแฟนๆๆ บอลสเปอร์ส และขอให้นายโชคดีประสบความสำเร็จกับ ราชันต่อไป โชคดี รามอส....

10 ธันวาคม 2551

Long Life The King !


แฟนบอลหลายคน อาจสงสัยเหมือนกับผมว่า ทำไม เลดลี่คิง ถึงได้มาเป็นกับตันทีม ของสเปอร์สในยุคปัจจุบันนี้ ทั้งๆ ที่สภาพร่างกายของเขา ถูกอาการบาดเจ็บรุมเร้า มาตลอด เวลา แต่เชื่อไหมครับว่า ในทีมปัจจุบันชุดนี้ มีแค่เลดลี่คิง คนเดียวเท่านั้นที่เป็นเด็กในเล้าของไก่ขนาดแท้อีกทั้งภาวะความเป็นผู้นำของเขา ไม่ว่าจะเป็นในสนาม และนอกสนามเพื่อนๆ ต่างให้ความเคารพ คิง รวมไปถึงผู้จัดการทีม ปัจจุบัน อย่างแฮรี่ เรดแนปป์ ที่ออกมายอมรับว่า คิงส์ คือผู้ที่มีสปิริต
แรงกล้า ต้องการลงเล่นให้กับทีมทั้งๆ ที่อาการบาดเจ็บของเขานั้น ร้ายแรงเหลือเกิน แฟนบอล หลายคนต่างวิภากวิจารย์เกมส์ และวิจารย์คน ในแต่ละมุมมองต่างกันไป แตว่ามีนักเตะคนนึงที่เวลาลงยืนในสนามแล้ว ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงเขาในแง่เสียหาย นั่นก็คือ ราชาแห่ง เดอะเลนคนนี้คือ เลดลี่คิง

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเลดลี่ คิงจะมีอาการบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอด แต่ว่าเขาก็ยังเป็นที่ไว้วางใจของผู้จัดการทีมให้เป็นกับตันทีม ทั้งๆที่มองอีกแง่มุมนึง คนที่น่าจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ควรจะเป็น รอบบี้ คีน ที่เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของสเปอร์สเช่นเดียวกัน แต่คีน นั้นก็เป็นแค่รองกัปตัน เมื่อใดที่ คิงกลับคืนสนาม เขาจะได้สวมปอกแขนกับตันทันที ใครจะรู้ว่าเวลาที่ คิงส์ ลงเล่นให้กับเราแต่ละนัด เขานั้นต้องกัดฟันหรือขอร้องผู้จัดการทีม
เพื่อที่จะได้รับโอกาสในการช่วยเหลือต้นสังกัด ถึงแม้ว่าต้องประคบน้ำแข็งตลอดเวลาก่อนลงสนาม คิงก็ทำ นี่คือสิ่งที่น่าชื่นชมและเห็นใจเป็นอย่างมาก

คิง เกิดเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคม ปี 1980 เติบโตที่ลอนดอน และเขาเองก็ออกมาตั้งเป้าว่าเขานั้นต้องการเล่นให้กับสเปอร์สจนถึงปี 2010 อาชีพ ค้าแข้งของ เลดลี่คิงนั้น ช่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย คิงส์ เริ่มต้น อาชีพการค้าแข้งของเขา ด้วยการเป็น นักเตะในอาเคดามี่ ของสเปอร์สในปี 1997 ตอนนั้นอายุเขาเพียง 16 ปีเท่านั้น
และปีถัดไปจากนั้นเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของทีมได้ การปรากฎตัวครั้งแรกของคิง ที่ทำให้คนรู้จักเจ้าหนูคนนี้ ก็เมื่อปี 1999 ที่แอนฟิล รังของหงส์แดง ลิเวอร์พูลในเกมที่สเปอร์สแพ้ 2-3 ตอนนั้นเป็นยุคของผู้จัดการทีมของ เดอะจอต "จอต เกรแฮม" ซึ่ง เกรแฮมนั้น นิยมที่จะให้ เลดลี่คิง เล่นในตำแหน่ง กองกลางมาตลอด
และเขาก็สามารถสร้างชื่อเขาได้อีก เมื่อเกมเอาชนะ ลิเวอร์พูลไปได้ 2-1 ในปี 2000 เดือนพฤจิกายน และเขาก็สามารถทำประตูแรกให้กับตัวเขาในชุดสเปอร์สได้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี 2000 ในเกมส์ที่เสมอ แบรดฟอร์ด ซิตี้ 3-3 ประตูนั้นก็เป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดี เมื่อ คิงยิงได้ในเวลาอันสั้น แค่ 10 วินาที และเป็นสถิติ ที่ไม่สามารถมีใครทำลายได้จนถึงทุกวันนี้ อืมไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคับ

แต่ว่า ช่วงนั้น จอต เกรแฮม ถูกปลดออกจากตำแหน่ง คิงก็ถูกย้ายให้มาเล่นในตำแหน่ง กองหลังภายใต้การคุมทีมของ ผุ้จัดการทีมคนใหม่ มีนามว่า "เกรน ฮอตเดิล" ซึ่งช่วงเวลานั้นก็เป็นช่วงประจวบเหมาะที่ "โซล แคมเบลล์" ได้ยายไปอยู่กับคู่อริอันดับหนึ่งอย่าง อาเซน่อล แบบชอกแฟนบอลทั่วกัน นั่นเป็นจุดเริ่มที่ทำให้ คิงได้ก้าวมาเล่นตำแหน่งนี้เต็มตัวเป็นครั้งแรกให้กับสเปอร์ส
เป็นโอกาสของคิงส์ ที่ได้ก้าวมาเป็นเซ็นเตอร์แบค ที่ดีที่สุดของทีม เขาเล่นตำแหน่งนี้ในยุคของเกรนฮอดเดิล และประสปความสำเร็จอย่างมาก ในช่วงปี 2001-2002 ในเกมส์นึงที่เขารักษาคลีนชีตได้ เมื่อพบกับ แอสตันวิลล่า เป็นการเล่นที่ฟอร์มดีและสร้างชื่อกับ คิงส์ อย่างมาก เป็นเกมส์ที่ สเปอร์สเจอกับ "เอฟเวอร์ตัน" คิงได้รับหน้าที่ ประกบ "ดันแคน เฟอร์กูสัน" ได้อยู่หมัด ในการลงเล่นเป็นตัวสำรอง สำหรับเจ้าหนู คิงส์
หลังจากนั้น จบฤดูกาล คิงก็ได้ถูกเรียกตัวให้ติดทีมชาติ อังกฤษและเป็นที่คาดหมาย ในวงการอังกฤษว่าเขาคือนักเตะกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดของอังกฤษ และจบฤดูกาลสเปอร์สได้อันดับที่ 9 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ณ ตอนนั้น

แต่แล้ว เกรน ฮอดเดิล ก็โดนปลดตามระเบียบ ในปี 2003 ผู้ที่เข้ามารับหน้าที่แทนชั่วคราวตอนนั้นเป็น "เดวิด พีท" พีทได้ย้ายคิงมาเล่นเป็น กองกลางอีกครั้ง และคิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาเล่นในตำแหน่งนี้ได้อย่างดี ความสามารถของเขาเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากในปี 2004 ในการเล่นตำแหน่งนี้ หลังจากที่ไม่สามารถทำประตูได้ตอนเป็นกองหลัง พอได้มาเล่นกลาง เขาก็สามารถทำประตูได้ ในเกม FA CUP เจอกับ แมนซิตี้
และหลังจากนั้น ก็ทำประตูได้อีก เมื่อเจอกับ ชาร์ตัน แอตเธอแลนติก ในสัปดาห์ถัดไป ก่อนที่เขาจะถูก สเวน โกรัน อีริกสัน เรียกตัวให้ติดทีมสิงโตคำราม ลุยศึกยูโร 2004

แต่ในซัมเมอร์ปี 2004 นั้นสเปอร์สได้ปรับปรุงทีมอย่างมากมาย เมื่อ ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง "ชาร์ก ชองตินี่" สลัดคราบกุนซือ ทีมชาติฝรั่งเศษ มาคุมทีมไก่เดือยทอง นั้นได้ซื้อ ทั้ง "ไมเคิล คาริก เปโตร เมนเดส รวมไปถึง ชอน เดวิส" เข้ามาร่วมทีมด้วย และก็ทำให้เลดลี่ คิงส์ ต้องย้ายไปเล่นตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบคอีกรอบ ช่วงนั้นชองตินี่ ได้ซื้อ กองหลังชื่อ "นอเรดดีน เนเบท" ได้เข้ามาเล่นกองหลังคู่กับ คิง และทีมก็ยังได้เซ็น
สัญญาคว้าตัว "พอล โรบินสัน" ประตูทีมชาติ มาด้วยอีกคน ช่วงนั้นทำให้สเปอร์สเสียประตูไปแค่ 41 ประตู ในพรีเมียร์ลีก เป็นการเสียประตูที่น้อยที่สุดตอนนั้น นับตั้งแต่ปี 1970-71 คิงส์ เล่นครบ 90 นาที ทั้งหมด 38 เกมส์ ในลีกคัพอีก 9 ใน 10 เกมส์ของบอลถ้วย มีเกมส์เดียวที่เขาพลาดคือ เกมที่เอาชนะ ฟอเรส ไปได้ 3-0 สเปอร์สได้คลีนชีต ไป 13 เกมส์ ในพรีเมียร์ลีก และคิงส์ ก็ยังได้รับ แมนออฟเดอะ แมตในเกมส์ที่เสมอ เชลซี ไป 0-0 และเชลซีก็ได้แชมป์ในปีนั้น
คิงส์ สามารถทำประตูได้ทั้งหมด 3 ประตู ในเกมส์เจอ อาเซน่อล แอสตันวิลล่า และ FA Cup ไบรตัน อัลเบียน ในปี 2005 และในปี 2005 "เจมี เรดแนปป์" ได้ย้ายไปอยู่กับ เซาแธมตัน ทำให้ คิงส์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกับตันทีมคนใหม่ในยุคของ "มาร์ติน โยว"

ดังนั้น ยุคมาร์ติน โยว์ จึงเป็นจุดเริ่มแห่งการเป็นกับตันทีมของคิง ปัจจุบันนี้ ในปี 2005 นั้น คิงเริ่มการเป็นกับตันทีม โดยการนำทีม คว้าแชมป์ พีทคัพ ที่เอาชนะ ลียงจาก ฝรั่งเศษไปได้ และความหวังของทีมก็สุงขึ้น และคิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง และเขาก็ได้จับคู่กับ เซ็นเตอร์คนใหม่คือ ไมเคิล ดอสัน คิงเอง ได้แสดงความสามารถและความแข็งแกร่งของเขา ออกมาได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วด้วยซ้ำ เสียไปแค่ 38 ประตูในลีก และเขายังช่วยทำประตูได้สองลูก ในเกมเจอกับชาร์ตัน และ ปอทสมัทธและอีกครั้งในเกม ลอนดอน ดาร์บี้แมตกับอาเซน่อล
เมื่อมาถึงจุดนี้ คิงส์ ได้รับความคาดหมายว่าจะเป็นนักเตะสเปอร์สที่นำทีมเข้าไปเล่นแชมป์เปียนลีก ได้ แต่แล้ว ความฝันก็สลายเมื่อ เขาได้รับบาดเจ็บพลาดการลงสนามให้กับทีม 4 นัดสุดท้าย สเปอร์สเก็บได้แค่ 4 แต้มเท่านั้น และต้องแข่งกับ อาเซน่อลเพื่อแย่งชิงกันคว้าตั๋วใบสุดท้าย กับอาเซน่อล แต่โชคไม่เข้าข้างสเปอร์สหรือสวรรค์แกล้งไม่รู้ เมื่อนักเตะท้องเสียจากอาหารกันทั้งทีม ในนัดที่ต้องเจอกับเวสแฮม และสเปอร์สก็แพ้ไป ในขณะเดียวกัน อาเซน่อลก็ชนะ ทำให้สเปอร์สจบอันดับเพียงแค่ที่ 5 ได้ไปเล่นยูฟ่าคัพแทน แต่คิง ก็ได้กลายเป็น กับตันทีมที่ได้กับทีมสูงสุดในลีก ในรอบ 16 ปี

ฤดูกาล 2006-7 เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากของคิงส์ เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บ เรื้อรัง หลังจากที่เขาเจ็บเข่า ในการซ้อมก่อนเริ่มฤดูกาล คิง ไม่ได้เริ่มเล่นกับทีมจนกลางเดือน สิงหาคม เขาก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซวยซ้ำกรรมซ้อนไปอีก คิงพลาดการเล่นให้กับสเปอร์สใน เกม ยูฟ่าคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เจอกับ เซบีย่า สเปอร์สนั้นต้องเล่นถึง 59 เกมส์ในทุกรายการ แต่คิงก็ไม่ย่อท้อ เขาเล่นฟิตเนท และดูแลตัวเองมาตลอดเพื่อให้ได้ลงเล่นกับทีมให้ได้ และในที่สุดคิงก็กลับมาช่วยทีมได้นัดแรกที่เจอกับเชลซี นัดนั้น อาเยน รอบเบนเป็นตัวชูโรง คิงก็หยุดการเคลื่อนไหวของ รอบเบนได้ดีจนสุดท้าย สเปอร์สสามารถเอาชนะเชลซีได้ 2-1 เป็นการชนะนัดแรกเหนือสิงบลูตั้งแต่ปี 1990 และเป็นครั้งแรกในไวท์ฮาร์ทเลน ตั้งแต่ปี 1987

คิงนั้นได้กลับมาเล่นเต็มที่กับเกมบอกซิ่งเดย์ ปี 2007-8 เล่นไป 73 นาที กับการเจอกับ ฟูแล่ม ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนออกโดย อัลเดล ทารับ และคิงก็ได้เล่นอีกนัด ในการเอาชนะ เรดดิง แบบสุดมัน 6-4 ตอนนั้นเดโฟ สามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และดูเหมือนว่า คิงจะสามารถหลีกหนีอาการบาดเจ็บของเขาได้แล้วด้วย แต่แล้วเขาก็กลับมาเจ็บซ้ำเจ็บซ้อน แต่ว่าในที่สุด นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2007-8 นัดชิงคาริงคัพ คิงส์ สามารถกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ และจับคู่กับกองหลังใหม่อย่าง "โจนาธาน วูดเกดส์" และเขาก็รับถ้วยพร้อมรอบบี้ คีน ตอนนั้นเป็นแชมปฺ์แรกของชีวิตการค้าแข้งของคิงกับสเปอร์ส

ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เลดลี่คิง ยังคงเป็นกับตันทีมคนแรกคนเดียว ของสเปอร์ส ตอนนี้ที่เหมาะสมที่สุดที่ไม่สามารถมีใครมาแย่งตำแหน่งนี้จากเขาไปได้ คิงเป็นนักเตะในเล้าไก่โดยแท้จริง และไม่แน่ว่าต่อไปเขาต้องเป็นตำนานของสเปอร์ส อาการบาดเจ็บของคิง อาจจะทำให้นักเตะผิวสี ที่แฟนบอลทุกคนอยากเห็นเขาลงสนามทุกครั้ง ต้องเลิกไปอาจเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เราชาวไก่เห็นก็คือ ความทุ่มเท ความรัก ความเป็นไก่ที่แท้จริง คนนี้ ที่นามว่า เลดลี่ คิง

ขอยกให้นายคือ "The King" ราชาแห่ง เดอะเลน ตัวจริง................

21 พฤศจิกายน 2551

ถึงเวลาทีต้องรีบพิสูจน์ตัวเองแล้ว โกเมส


ช่วงนี้ยุ่งสุดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า อีกอย่างก็ต้องมาแปรข่าว บางวันก็เมาหัวทิ่มกับเพื่อนๆ เมื่อวานโคตะระเคือง มีโอกาสได้ไปประกวดร้องเพลง ทั้งๆที่ร้องไม่ได้เรื่องเลยยัง กล้านะนั้น ก็ไม่กล้าได้ไงครับ มันเล่นมัดมือชกผมไอ้เพื่อนตัวแสบ ที่สำคัญกว่านั้นไม่ใช่เรื่องนั้นครับ เรื่องมันก็คือ ไอ้จอทีวีที่เขาถ่ายบอล แบบว่ามันเอาเทบมา มันมีตั้งหลายคู่ แมน ยง แมน ยู มันทำไม่ไม่ถ่ายยยยยไป วะ มันมาถ่ายทำไมมมมมม คู่ฟูแล่ม สเปอร์ส เพื่อนก็ใจดีๆๆๆ ใจดี เรียกเรามานั่งดู จัดโตะพร้อมเสริฟอาหารให้พร้อมเพื่อจะให้ตรูดู ความพ่ายแพ้เซ็งไปตามๆๆกัน

เห้อ เข้าเรื่องดีกว่า ก็สัปดาห์นี้ก็มาข่าวของเรามาเรื่อยๆ แต่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คงหนีไม่พ้นข่าวของ ฮิวริโญ่ โกเมสนะครับ จริงๆ ผมอยากจะเขียนตั้งแต่คราวที่แล้วแล้วละ เกี่ยวกับตอนที่เขาโดน เด็กผีน็อกคาเท้าไป แหมเห็นภาพแบบนั้นมันก็อดสงสารไม่ได้ครับ เป็นคนที่เงียบ แล้วถ้าตายไป จะมีใครสนใจไหมเนี่ย เล่นเอาภาพวันนั้นมันติดตาผมไม่มีวันลืม ความสงสารโกเมสมันมากขึ้นทุกที เจ้าตัวยิ่งชอบทำหน้าเอ๋อๆๆ อยู่ด้วย มันไม่ทำให้คนดูเขามั่นใจเลยนะครับ

ผมละครับคนนึงที่ชอบโกเมส แต่ที่เขียนเรื่องของโกเมสมาสองครั้งเพราะว่าอยากเห็นแก โชว์ฟอร์มขั้นเมพ ออกมาซะทีเหมือนเมื่อครั้งยังอยู่กับ ไอโฮเฟ่น ยิ่งตอนนี้ ท่านจ่า นี่ระริก ระรี้ เตรียมหาตัวตายตัวแทนมาวิ่งกันให้วุ่น ข่าวคราวการซื้อตัวประตูออกมาถี่ยิบ ทั้งดึงเจ้าหนู เบนกลับมา จริงๆ ก็ไม่ใช่ไปดึงอะไรหรอกครับ ก็แค่มันหมดสัญญากับคาไฮเท่านั้น ทีมอะไรยืมไปแค่เดือนเดียว เพื่ออะไรเนี่ยยยย

คิดไปคิดมามันช่างเหมือนผมย้อนอดีตกลับไปเมื่อต้นฤดูกาลตอนช่วงซัมเมอร์ไม่มีผิด เมื่อครั่งที่พอลโรบินสัน กำลังจะหอบกระเป๋าไปอยู่กับแบคเบิร์นเลยนั่น ข่าวประตูมาเป็นโหล จำได้เลยไล่ไม่หวาดไม่ไหว สุดท้ายก็มาลงเอยที่ โกเมส ซึ้งก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรเลยแม้แต่น้อย การเซฟที่จะบอกว่า พอลโรบินสัน ทำไม่ได้แบบที่โกเมสทำนั้นมันมีให้เห็นบ่อยๆๆ ดังนั้นก็เห็นใจเจ้าตัวอยู่ไม่น้อยครับ เป็นผม ผมก็เคือง ตรูพึ่งย้ายมา แมร่มมมมม ข่าวหาโกล์ใหม่แทนตรูเป็นรายวัน นี่ถ้าเป็นนายห้างคงบอกได้ว่าทำใจครับ แต่นี่โกเมสพึ่งมาได้ไม่กี่วัน จะตัดรอนกันหาโกล์ใหม่เลยหรอ

ผมเชื่อว่าแฮรี่ แกคงหงุดหงิดไม่น้อย ฮึ่มมมมม บังอาจมาทำให้ตรูเสียสถิติอันสวยหรู ลิเวอร์พูล อาเซน่อล ตรูยังทำได้มาแล้ว นี่กระไรฟูแล่ม ทีมที่ไม่มีอะไรเลยยังแพ้ได้ มันก็น่าเจ็บใจชะมัด อิอิ นี่พูดแทน จ่า เหอๆๆๆ คุณจ่าไม่คิดบ้างเนาะว่าในเกมมันเซฟลูกพิสดารตั้งหลายลูก ยิ่งลูกบินเหินหาว เซฟลูกยิงฟรีคิก แบบซุปเปอร์แมนยังอาย ลูกนั้นนี่ผม อยากจะร้องออกไปว่า โอ้แม่เจ้า มันเยี่ยมเลยจ้อด เลยนะ ถ้าก่อนหน้านั้นโกเมส ไม่เฟอะฟะ ทำเสียประตูไปก่อน โอ้คิดแล้วมันก็เสียดายไม่หาย

ว่ากันไปถึงโกเมสแล้วก็คงต้องลองดูเขาอีกซักนัดสองนัดครับ คนเรามันมีผิดพลาดกันได้ นักปราชญ์ยังรู้พรั้ง นี่กระไร โกลชาวบราซิล ที่ผลงานก็ดีเรื่อยมา ฟอร์มมันตกกันได้แหมมม ใจเย็นๆครับ คิดตอนที่ได้เขามาแรกๆ ก็ดีใจกันใหญ่ เหออๆๆ เกมเจอแบคเบอร์นนี่คงตลกน่าดูเลยเพราะโรบินสันเจอกับ โกเมส ผมว่าโกเมสคงมีคนบดบังรัสมีไปเลยละครับงานนี้เมื่อต้องมาเจอกับ นายห้างของเรา

พูดถึง ซานเชส กับเจ้าหนูเบน ก็ไม่รู้ว่าจะใช้งานได้แค่ไหน คนนึงประสปการณ์มากโข แต่การที่ไม่ได้เคาะสนิมหรือลงเล่นเลยก็เป็นสิ่งที่ยากที่จะไว้วางใจได้ถึงแม้ว่าผมเองก็สนับสนุนให้เขาลงเล่นรายการเล็กๆบ้างนะ ซานเชส แต่ทำไมไม่มีใครสนใจ คงเป็นเพราะช่วงนี้ รามอสออกไปแหละ เจ้าตัวถึงกับออกมาน้อยจง น้อยใจ ให้แฟนไก่สงสารกันไปตามๆกัน แต่ผมว่าน่าเห็นใจเขานะ มาทั้งทีได้ลงแค่นัดเดียว ถ้าโกเมสไม่เกือบตายก็ไม่ส่ง ตรูลงหรือวะเนี่ยยยยย

เมื่อกลางสัปดาห์ถ้าใครได้ดูบอลคู่อังกฤษก็คงจะเป็นผลงานของนักเตะสเปอร์สคนนึงแล้วนะครับ แหมใครละถ้าไม่ใช่ ดาเรน เบน ที่แฟนไก่ ใจดีให้ฉายากันมาเยอะๆ ผมละจำไม่ได้ จำได้แต่ สากทองคำ 555 มันจะเกิดมันก็ไม่เกิด นี่เกมเจอกับเยอรมันนี่ได้ข่าวว่าโชว์เมฟ แตะหลบผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่ดั้นนๆๆๆๆ ลื่นซะงั้น ปล่อยให้ ตาข่าย ว่างๆๆ เหงาใจ ไหงไม่ยอมยิงละคะคุณพี่ เฮ้อ มันก็เลยต้องดับเหมือนเดิม ไอ้เบนท์เอ้ยยย โอกาสเกิดมาแล้วยังไม่รีบคว้าอีก ผมว่าป่านนี้มันคง นอนมือก่ายหน้าผากคิดถึงแต่เรื่องเหตการณ์เมื่อคืนอยู่แน่เลยเนี่ยยย ดีละ มันจะไอ้เอามาอัดอั้นใส่แบคเบอร์นได้บ้าง หุๆๆๆ

ข่าวสุดท้ายล่าสุดที่จะขอกล่าวก็คือ พี่ฆวน ของเรา ฆวนเด้ รามอส ไม่ทราบว่าคิดอะไร หรือว่ายังไม่เข็ดก็ไม่รู้ อยากจะกลับมาคุมทีมในอังกฤษอีกบอกว่ารัก และชอบสโมสรในอังกฤษ การคุมทีมที่นี่มันเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน แหมเชื่อละครับ ถึงขนาดทิ้งเซบีย่ามาแบบนั้น ว่าไปก็เสียดายคนมีฝีมืออย่างรามอสนะ ไม่น่าคิดมากเลย ปล่อยให้จ่าผู้ที่มองเห็นสิ่งที่ลงตัวเข้ามาจัดการแทน แต่ก็หวังว่า ป๋าฆวน คงไม่มาอยู่ แมนซินะคับบบบบบบบบบบ

08 พฤศจิกายน 2551

ฮิวริโญ่ โกเมส กับช่วงเฟอะฟะ


ฮิลริโญ่ โกเมส ชื่อนี้ปัจจุบันคงกลายเป็นชื่อ ที่นักเตะสเปอร์สเอง หวาดผวากันไม่น้อย ไม่แค่ทีมอื่นครับ เอาแค่กองหลังของทีมตัวเองตอนนี้ ต่างพากันหวาดกลัว ไม่ใช่แค่กลัว กองหน้าฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น
แต่ยังกังวลและ ต้องระวังตัว ออกจาก ผู้รักษาประตู ชาวบราซิลเลี่ยนรายนี้ให้ดีอีกด้วย ความเฟอะฟะ เปรียบราวดังเช่นกับ เดวิด เจมส์สมัยอยู่กับลิเวอร์พูล หรือนายห้าง พอลโรบินสัน ที่ช่วงก่อนย้ายออกก็ มาอีท่านี้แหละ
หรือว่าอาจจะเป็นอาถรรณ์ของผู้รักษาประตูสเปอร์ส หรือว่าจะเป็น อาถรรณ์ของนักเตะบราซิลที่ ไม่สามารถเอาดิบ เอาดีได้เลยในเวที พรีเมียร์ชิพ

นักเตะค่าตัว 7.8 ล้านปอนด์ เริ่มเกิด อาการหวาดกลัวและเล่นไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ตั้งแต่เริ่มออกฤดูกาลมา แต่ล่าสุด ก็เอาชนะน็อก คู่ต่อสู้ เย้ยยยย ไม่ใช่ครับ เป็นเวดราน ชอลูก้า เพื่อนร่วมทีมเมื่อเดือนที่แล้ว

มีการวิพากวิจารย์ ผลงานของ โกเมสอย่างหนาหูในช่วงเดือน นี้ ทางด้านผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลของ BBC soccer ได้ออกมากล่าวสั้นๆ ว่า "one of the worst I've ever seen" มันก็หมายถึง "เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เคยพบเคยเจอมาเลย"
โหอะไรมันจะเว่อขนาดนั้นครับ ท่านโคสก ผมว่า ใช้คำนี้อาจแย่ไปนะครับ ถ้ามองไป ที่ผลงานของเขาที่ทำให้กับ PSV

โกเมสนั้นได้ออกสตาทกับสเปอร์สตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว และได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า เขาจะสามารถ เล่นกับสเปอร์สให้ได้ดั่งใจหมายเหมือนสมัยเคยทำได้กับ พีเอสวี เมื่อสี่ปีที่แล้ว อืมทำไมมันนานจังวะนั้น ก็เพราะว่า เขาได้กลายมาเป็นขวัญใจของสโมสรดังในฮอลแลนด์ ตอนนั้น

คืนวันอาทิตย์ที่ 9 พย นี้ไก่ต้องออกไปเยือน ซิตี้ ออฟแมนเชตเตอร์ เป็นอะไรที่หนักหนาเอาการสำหรับ เจ้าโกเมส เพราะกองหน้าและกองกลางของ ซิตี้ นั้นล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนร่วใชาติของเขาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น โรบินโญ่ เอลาโน่ และ โช คราวนี้ละครับ ไอ้เจ้าโกเมสจะได้เจอเพื่อนร่วมชาติ ตลอดเวลาแน่
ยังไงก็อยากจะบอกว่า หยุดไอ้สามตัวนี้ให้อยู่นะ โกเมส ก่อนนายจะ ได้กลับคืนสู่บ้านเกิด แบบไม่มีเยื่อใย เฮ้อ พูดไปแล้วก็เศร้าใจไม่หาย ปัญหากองกลาง และมากองหน้า กองหลัง นี่ยังมาเป็นผู้รักษาประตูอีกหรือนี่ พี่น้อง

โกเมส วัย 27 ปีได้ออกมากล่าวอีกว่า "ผมอะ เป็นนักนักเตะที่ดีนะ และผมมั่นใจว่าผมจะสามารถเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ดั่งเช่นที่ผมทำได้กับ พีเอสวี " นี่ผมเอาข้อความมาจากเวบต่างประเทศอะนะคับ ฟังดูเขาพูดมันก็เป็นเรื่องธรรมดานะ ที่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมทีมเพื่อรักษา ตำแหน่งตัวเองไว้

"การวิพากวิจารต่างๆ นานานั้นไม่มีผลกระทบกับผมหรอก ผมรู้ตัวผมดี ผมมั่นใจในเกมและผมแค่ต้องการเล่นให้ดีที่สุด และทำให้ทุกคนได้เห็นว่าผมเป็นผู้รักษาประตูที่สุดยอดคนนึง" โอวววว ให้มันได้อย่างนี้ ครับผมอยากจะบอกว่า ได้ยินแบบนี้แล้วมันช่างชื่นใจ แต่ว่าก็อยากให้ทำได้เหมือนที่พูดไว้ด้วย เพราะผมเองก็มีความเชื่อว่า
แฟนบอลสเปอร์สไม่มีใครใจร้ายใจดำเลย ถ้านักเตะที่เขาคิดว่า เล่นไม่ดี หรือทำผลงานแย่ แต่กลับมาทำผลงานได้เยี่ยม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมัน อยู่ที่ ผลประโยชน์ของทีม ถ้าคุณพูดได้ทำได้ ทุกคนพร้อมที่จะให้โอกาส และให้กำลังใจคุณต่อไป จริงไหมครับ ผมว่าเขามาถูกทางเหมือนกันสำหรับ โกเมส

"เมื่อคุณอยู่ในทีมใหญ่ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและชัยชนะ คุณต้องทำงานให้มันง่าย"

นักเตะบราซิลเลี่ยนได้กระแทกกับกองหลังของตัวเองหลายครั้ง ในเกม และโดนน็อกจากคู่ต่อสุ้ด้วยเช่นเดียวกัน เขาเพิ่มเติมกับกรณีนี้ว่า "ผมพยายามทำทุกอย่างและไม่มีอะไรเปลี่ยน เขาเข้าใจว่าผมทำงานของผมในจังหวะที่ผมเข้าไปสกัดบอล ผมไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ผมก็กระโดดขึ้นชกบอลทุกครั้ง แต่ว่าบางทีเข่าผมก็สูง เพื่อต้องเซฟตัวผมเองด้วยครับ"

"คุณจะไม่มีทางรู้หรอกว่า เพื่อนร่วมทีมของคุณ กำลังเข้ามา ผมเองก็ต้องป้องกันประตู ดังนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นงานใคร แน่นอนมันเป็นเหตสุดวิสัยของเกม"

โกเมสนั้นยังกล่าวว่า "เขารู้ดีนะว่าปัญหาของทีมสมัยรามอสอยู่คืออะไร ที่ทำให้อดีตผู้จัดการทีมเซบีย่าล้มเหลว ก็เนื่องจาก เขาไม่ได้ทำให้นักเตะมีความกระตืนรือร้นหรือมันใจ และการส่งนักเตะลงสนามก็ต่างทำให้นักเตะหวาดกลัวอยู่ไมน้อย เพราะไม่มีใครรู้ดีว่าตัวเองจะได้เล่นหรือไม่ ในแต่ละเกมอย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเราก็ต้องทำผลานให้ดีที่สุด ต่อไป "

02 พฤศจิกายน 2551

มันช่าง สะใจ.. ผมซะจริง


มือไม่สั่น นอนก็ไม่หลับ ปาเข้าไปตีสาม นั่งปั่น ข่าวเพื่อที่จะเอาให้แฟนๆ สเปอร์สอ่าน และเพื่อที่จะอัพเดท แมท รีพอท ประจำวัน ที่เวบสเปอร์ส อีกใจนึงก็อยากจะนอน เพราะมีภาระกิจต้องทำตอนเช้า แต่เอาวะ ยอมซักวัน เพราะความาปราบปลื้มปิติ ยินดี ของตัวเอง นั่งแช่ดูความสำเร็จของทีมนานๆๆ มันช่างแสนหวานเสียนี่กระไร

ถึงแม้นัดนี้เล่นกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และมันเป็นที่ไม่น่าเชื่อครับ ทำให้ผมหลับ ซะกลางเกมได้ เฮ้อออ แต่ก็ ไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะเกมนี้มันสุดคำบรรยาย นัดที่แล้ว มันสุดความบรรยายนัดนี้ มันยิ่งกว่า ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่มันส์สะใจแฟนๆ ก็ตาม แต่ว่าสิ่งนึงที่ทำให้แฟนไก่มีความสุขนั่นคงหนีไม่พ้น ชัยชนะเหนือ อาคันตุกะ อย่าง ลิเวอร์พูล ที่มีคะแนนห่างกันมากที่สุดในพรีเมียร์ชิพปัจจุบัน หงส์แดง อยู่นำเป็นจ่าฝูง แต่สเปอร์สอยู่จมท้ายตาราง

แต่ว่านัดนี้ เด็กไก่ ไม่ท้อเลยแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม มีประเด็น หลายประเด็นที่น่านำมาพูดถึง ในเกมนี้ เนื่องจาก มันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเรา มากที่ผมดูมา สิ่งแรกเลย คือการเล่นของสเปอร์ส ทัศนคติของนักเตะแต่ละคน ต่างจาก นัดอื่นๆที่ผ่านมา สังเกตว่าเราถูกนำก่อนนัดไหน เป็นแพ้ ทุกที ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือนอกบ้าน มันก็ต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีมเรา มาสังเกตนัดนี้กันจะเห็นได้ว่า ทุกคนเล่นกันอย่างไม่กลัว ไม่ท้อแท้เหมือนนัดที่ผ่านๆมา เล่นไปเรื่อยๆ รอโอกาส ที่สำคัญ ผู้จัดการทีมของเรา เปลี่ยนตัว และจัดการทีม ที่ ภาษาอังกฤษ พูดว่า "เมกเซนต์" เกมส์ที่เราโดนนำอยู่แบบนี้ การเปลี่ยนตัว กองหน้า ตัวเป้าคนเดียวออกแล้ว เอากองหน้าเป้าคนเดียวเข้าเหมือนสมัยที่ รามอสทำนั้นมัน ขัดๆใจ แฟนบอลอย่างผมจริงๆ

ประเด็นต่อไปคือ การยิงประตูท้ายเกม ไม่เห็นมานานแล้วครับ สำหรับสเปอร์ส เนื่องจาก รูปเกมหรือสถานการณ์แบบนี้ ส่วนมากแล้ว จะมักจะเจอคู่ต่อสู้ทำกับทีมเรามากกว่า เห็นได้ชัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เราโดนแบบนี้ไปหลายนัดเลย แต้มหายไปบานเบอะ เป็นอะไรที่เซ็งกันไปตามๆกันครับ มาคราวนี้เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็น จ่าหลอย แฮรี่ อืมมมมมม มันช่างมากับดวงจริงๆ จ่า คุณช่างเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ามาได้เหมาะเจาะ ทั้งโอกาส ทั้งสถานการณ์ อีกทั้งดวงพกพามาเต็มร้อยจริงๆ มองไปข้างหลังของ คุณแฮรี่ ตอนนี้ ปอทสมัทธ ทีมเก่าของท่านที่ปล่อยให้ โทนี่ อาดัม รับภาระคนเดียวอยู่ ต้องพ่ายแพ้ คาบ้าน เรียบร้อย แฟนๆๆ ปอทสมัทธคงโกรธแค้นไม่น้อย


ว่ากันต่อคือ การที่โรมันพลาฟลูเชนโก้ ที่นัดนี้ได้เล่นคู่กับดาเรนท์เบนท์ จากทัศนคติเก่าๆ ของฮวนเด้ รามอสและ กัสโปเยท์ คิดว่าสองคนนี้เล่นเหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรส่งลงสนามพร้อมกัน .... มันทำให้ฉุดคิดมาว่า จริงหรือวะ กับสถานการณ์บางสถานการณ์ มันก็ควรส่งลงทั้งคู่แบบวันนี้ละ ดาเรนท์ เบนเล่นทั้งเกมส์ ถึงแม้ว่าดาเรนท์เบนท์ ไม่สามารถที่จะทำประตูได้ แต่ก็ยอมรับว่า ช่วยทีมในแดนหน้าได้ดี เหมือนกัน

เดวิด เบนลี่ ... ไม่น่าเชื่อว่าจะเล่นได้ดุดัน เล่นด้วยสายตาที่ไม่กลับคู่ต่อสู้เหมือนสมัย รามอสคุมทีม ผมละสงสัยจริงๆว่ามันเล่นไล่โคช หรือปล่าวสำหรับ เบนลี่รายนี้ วันนี้ ถ้าไม่ได้ เบนลี่ยิง คงไม่ได้ลูกสุดท้ายที่กระฉอกออกมาทำให้ ดาเรน เบนตามเก็บส่งต่อให้พลาฟลู ยิงแบบโจ้ห้าหลา นั้น มันก็แย่อยู่นะครับ.... พาดหัวข่าว ตามหนังสือพิมพ์ คงไม่ได้เป็นแบบนี้แน่นอน



อีกประเด็นที่จะไม่พูด ไม่เม้าส์ วันนี้ก็เป็นไปไม่ได้กับการกลับมาของ "เดอะ คีน" วันนี้เป็นที่พิสูจน์แล้วว่า แฟนบอลนั้นไม่ได้ให้การต้อนรับ เขาเท่าไหร่ ผมเข้าใจสภาพจิตใจแฟนบอลของยุโรปว่า เขารักทีมมากกว่าคนหรือผลงานจริงๆ การที่ทีมเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาตลอด สองเดือน มันเป็นอะไรที่แฟนบอลคงรับไม่ได้ ทำให้นัดนี้ โห่รอบบี้ตลอดทั้งเกมทำให้ เล่นไม่ออกเลย แต่ว่า ผมกลับมองอีกแง่ ว่า รอบบี้ เล่นแบบประคองตัว ไม่ใช่ฟอร์มที่แท้จริงของเขาที่เคยเล่น กับลิเวอร์พูลช่วงหลังๆ เลย จะเป็นไปได้ไหมว่า เขามีความผูกพันธ์กับทีมอยู่ สังเกตหลายลูกที่รอบบี้ส่ง ให้เพื่อน จังหวะที่น่าจะทำได้ แต่เขากลับทำพลาดซะไม่น่าเชื่อ

ยังไงก็ตาม จุดจบของเกมนี้คือ ชัยชนะของไก่เดือยทอง ไม่ใช่เป็ดเดือยทอง เราสาวกไก่คงต้องจดจำเกมส์นี้ไปอีกนาน และที่น่าจะปรบมือให้คือนักเตะทุกคน และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องขอบคุณจ่าแฮรี่ ที่คุณช่วยทำให้แฟนไก่ได้มีความสุขอีกครั้ง ผมจะบอกคุณว่า ผมใส่เสื้อ สเปอร์สดูเกมส์เมื่อคืน มันเป็นอะไรที่ล่อแหลม จริงๆ เป็นเคล็ดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งแต่ผมก็ทำ ในที่สุดทีมก็ชนะได้ ผมดีใจที่สุด แล้วครับ กลับไป ทำงานวันจันทร์ ผมไม่ต้องเอาอะไรไปคลุมหัวผมอีกแล้ว ห้าห้า แต่วันนี้บอกได้คำเดียวว่า สุยอออออออออออออออออด ไปเลย

01 พฤศจิกายน 2551

Return of the Keane

อยากร้องดังๆ เมื่อได้ทราบข่าวในวันที่ 1 กค 2551 ว่า ลิเวอร์พูลต้องการตัว รอบบี้คีน อีกในใจ อยากจะสาบแช่งไอ้คนออกข่าว หรือคนสร้างกระแสจริงๆ แต่ตอนนี้ทุกคนต่างไม่สนใจกับข่าวนี้เลย ถ้าเปรียบเทียบก็จะเปรียบเทียบได้กับ น้ำกำลังจะท่วม กทม ปีหน้า อะไรประมาณนี้

"บ้าละ" "งี่เง่า" "ข่าวลวง" "เพ้อเจ้อ" "เดอะซัน" Bla Bla Bla เป็นคำที่เหล่าสาวกไก่เดือยทอง แฟนคลับของเรา ต่างสรรหาคำต่างๆ เหล่านี้ มา โพส เชิงกึ่ง สงสัยเชิงประชด เชิงกึ่งกลัว ว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่ เมื่อทุกคนได้เห็นพาดหัวข่าว

จากนั้นมาไม่กี่วัน ทุกคนเริ่มจะสนใจเรื่องนี้มากขึ้น และก็ตกใจกับข่าวที่พาดหัวทั่วว่า "ผมต้องการอยู่กับลิเวอร์พูล" แค่นั้นละครับพี่น้อง เสียงที่เงียบสงัดของชาวสาวกเดอะยิด ต้องร้อง "เฮ้ย" กันเป็นแถวเมื่อผู้ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา เป็นหัวใจเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของเหล่าชาวสเปอร์ส เป็นนักเตะที่ทุ่มเทกับทีมมากที่สุด จากสถิติ ลงเล่นให้กับสเปอร์สตั้งแต่ปี 2002-3 จนมาถึงปี 2007-8 เป็นจำนวน 254 ทำประตูรวมกันไป 107 ประตู เป็นสโมสรที่ คีน เล่นนานที่สุด ทำประตูได้มากที่สุด และอบอุ่นที่สุด แต่แล้ว วันนั้นเอง เขาก็ได้เคาะประตูเพื่อที่จะบอกลา ดาเนี่ยล เลวี่ ที่เป็นเรื่องส่วนตัว ล้วนๆ ยากที่เลวี่จะรั้งตัว ด้วยเหตุผลทางจรรยาบรรทุกประการณ์

วันที่ 30 กค 51 วันวิปโยค ที่แฟนชาวไก่ไม่อยากเห็น ก็คือภาพที่รอบบี้ เดินจากไป ยิ้ม มีความสุข พร้อม คราบน้ำตาแฟนๆ ไก่เดือยทอง ที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อยากเห็น ที่บอกเช่นนั้นก็เนื่องจาก การทำทีมของฮวนเด้ รามอสหวังไว้คือ สองกองหน้าที่เป็นตัวอันตรายที่สุดในเกาะอังกฤษอย่างเบอร์บาตอฟ กับรอบบี้คีน นั้นเป็นตัวหลักของทีม พร้อมด้วย คีน ที่ทางสโมสรยังได้ตัว กองกลางปั้นเกมส์ที่อันตรายอย่างลูก้า โมดริช พร้อม ด้วยโดส ซานโตส - ถ้าให้เป็นข่าวการออกของ ดิมิทรา เบอร์บาตอฟ จะเชื่อได้เป็นอย่างดีว่า แฟนไก่พอรับได้เนื่องจากเป็นข่าวเรื้อรังมานาน

นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ รอบบี้ คีน เล่นให้กับต้นสังกัดใหม่อย่าง ลิเวอร์พูลไปแล้ว 15 เกมส์รวมทุกรายการ และสามารถทำประตูได้เพียงแค่ 2 ลูก แต่เป็นการทำประตูในเกมส์ยุโรปทั้งหมด ทำให้รอบบี้คีน ต้องการหาประตูแรกของเขาอย่างมากในเกมพรีเมียลีก


วันเสาร์ที่ 1 พย 51 นี้ ลิเวอร์พูล ต้องยกพล มาเยือน ไวท์ ฮาร์ท เลน และจากการที่ เฟอร์นานโด ตอเรส นั้นยังไม่ฟิตหลังจากกลับมาจากอาการ บาดเจ็บ แน่นอนว่า กองหน้าคนที่จะได้ลงเล่น ไม่น่าจะหนีพ้น รอบบี้ คีน ที่จะถูกส่งเล่นเจอกับต้นสังกัดเก่า คงเป็นเรื่องที่หนักใจไม่น้อย ถึงแม้ว่า จะเป็นนักเตะอาชีพก็ตาม แต่การที่ ปัจจุบัน สโมสรเก่าอันเป็นที่รักของเขาต้องตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ และการที่เขาเป็นขวัญใจแฟนๆ ไก่เดือยทอง เขาคงต้องรู้ดี ว่าแฟนๆ ไม่แฮปปี้แน่ถ้าหากเขาจะทำประตูแรกของเขาในชุดเป็ดแดง แต่การเป็นกองหน้าอาชีพนั้น รอบบี้ก็ยังคงต้องเล่นให้ดีที่สุด

ถ้าเกิด เขายิงได้นั้น ผมเชื่อว่า อาการที่ดีของนักเตะที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ คงหนีไม่พ้นที่จะ ต้องเฉยๆ เพื่อเป็นการให้เกรียร์ติ แก่สโมสรและแฟนบอลอันเป็นที่รักของเขา ผมเชื่อว่า งานนี้ รอบบี้คีน หนักใจไมน้อย ต้องการพิสูจน์ตัวเองและทำประตูในลีกให้ได้อย่างรวดเร็ว ยังไม่รู้เลยว่า ถ้าประตูที่เขาส่งไปกองหลังตาข่ายนั้น จะได้รับการโห่ จากแฟนบอลไก่เดือยทอง หรือไม่

ภาพที่ผมอยากเห็นคือ ภาพที่เขาได้รับการต้อนรับจากแฟนไก่เดือยทอง แต่ภาพที่ผมอยากเห็นมากกว่านั้น ยังคงเป็นภาพที่สาวกไก่ เด็ดปีก เป็ดแดงอยู่ แต่ว่าผมเชือว่ายังไงก็ตาม รอบบี้ คีน ก็ยังคงเป็นขวัญใจแฟนไก่เดือยทอง ตลอดไป..

30 ตุลาคม 2551

แค่เสมอ ก็เพียงพอกับแฟนไก่ .. จ่ารี่


กระตุกหนวดเสือแล้วไหมละ
เป็นคำอุทานแรกที่ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา เมื่อคืนวันอังคาร หรือเช้าวันพุธ หลังจากที่ ตั้งนาฬิกาปุก แล้วมานั่งเปิดคอมคู่ใจ พร้อมข้อความโผล่ตรงหน้า เอ็ม เอส เอ็น ของผมที่เพื่อน สเปอร์ส ทักมา ในขณะที่ผมกำลัง เปิดเวบมาดู
พี่................ นำแว้วววว
ตรูไม่อยากจะเชื่อสายตาจนกว่าจะได้เห็นกับตา เพราะว่าอะไรครับ ก็เพราะว่า ฤดูกาลนี้ถ้าเรานำก่อน เรามีลุ้นตลอดครับ ตรูไม่น่าตั้งนาฬิกาเผื่อเลย 15 นาทีเลยย พะผ่าสิ พลาดลูกทีเด็ดของเบนลี่ไปซะงั้น

พยายามที่จะหาคลิปมาดูนะ แต่การที่ไปนำเขาก่อนนั้น มันช่างเป็นอะไรที่ ทำให้ผมเสียวซ่านเหลือเกินเลยหยุดการหาคลิบไปก่อนหันมาสนใจเกมส์ โดยเฉพาะ เจ้าปืนโตที่ พกความคาดแค้นมาเต็มกระเป๋า เพื่อที่จะเอาคืนสเปอร์ส ในนัดที่เราทำแสบเอาชนะไป 5-1 เป็นที่จดจำของแฟนบอลอาเซน่อลเป็นอย่างมาก Ar5ena1 เป็นคำที่นิยมในหมู่แฟนสเปอร์ส เหอะๆๆๆๆ ที่สำคัญคือ มันน่าเจ็บใจ รามอสไม่อยู่ซะแว้ววว ไม่งั้นเด็กปืนคงไม่เล่นงานพร้อมกันทีเดียวละงานนี้

แต่ขอโต้ดดดดด สเปอร์สนำอยู่ครับ นอกบ้านอีกต่างหาก มันช่างเสียวซ่านไปทั่วรูขุมขน และต่อมความเร้าใจมันเป็นอะไรที่นั่งไปติดครับ จะไปฉี่ก็ไม่อยากไป บวกกับเสียงภาคซาวแทรกด้วยแล้วมันเจ๋งจริงๆ ไม่ต้องลำคาญใจฟังเสียงภาคจาก พี่ช่องหกบวกหนึ่ง อืม ผมคิดว่าท่านส่วนน้อยที่อดตาหลับขับตานอน มาดูคู่นี้ และอีกหลายท่านที่ตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปิดข่าวมาดู หรือไม่ก็ต้องรีบเบ่งรถไปซื้อหนังสือพิมพ์ หรือไม่ก็ต้องรีบหาคอมที่มีอินเทอร์เนท รีบมาเช็คข่าวแน่นอนว่าทีมรักของตนจะตกชตากรรมเป็นยังไง

แปลกอยู่อย่างนึงนัดนี้ โจอี้ ผมมันไปไหนวะ หรือว่าโดนดรอปไปเล่นทีมสำรองหรือไม่ก็เจ็บ อะไรนะงงจริงๆ แม้แต่ชื่อเป็นตัวสำรองยังไม่มีนะนั้น ไปกันที่รายของ เบนทลี่ทุกคนก็คงเห็นแล้วว่า มันอยากเล่นดีมันก็เล่นดี มันอยากเล่นห่วยมันก็เล่นห่วย แต่นัดที่เบนลี่เล่นดีต้องยอมรับครับว่า ทีมเราก็ดีตาม ยิ่งนัดนี้เทพจุติ คือเทพโมดริช ไม่ว่าจะเป็นความดุดันกล้าเล่น ซึ่งไม่ได้คิดเลยว่าตัวเอง กะเปี้ยกมากแค่ไหน สังเกตุมาหลายนัดแล้วเล่นไม่ออก พอมานัดนี้ และนัดที่แล้วดูคึกคักเป็นพิเศษ มันก็น่าสงสัยกันจริงๆๆ


อีกคนที่ต้องชมเลยนัดนี้ คือเจ้าโจ้ หลายคนคงไม่คิดว่าเจ้าโจ้มันจะทุ่มเทเล่นขนาดนี้มันกล้าเล่นทำให้ทีมมีประโยชน์มากมาย ตลอดเวลา ไอ้โจ้นี่ถ้าจะเปรียบเทียบเขาก็คงเป็นตัวยืนอะครับ มันไม่ยอมวิ่งหาบอลเลยนานๆ จะเจอที ถ้าให้เปรียบก็คงเป็นนินจาฮาโตริ ถ้ามันไม่ยิงลูกที่สามนะ ผมว่าเครดิตวันนี้คงหายไปหมดแต่พอนัดแบบนี้สำคัญๆๆ มันก็ชอบมาทำให้แฟนไก่ชื่นใจได้อยู่ อาจเป็นเหตุผลนึงที่ หลายคนเขาไว้ใจให้เป็นรองกับตัน

กองกลางอีกรายที่จะอดชมไม่ได้เลยเกมส์นี้ก็เป็น หนูทอม ครับถ้าใครสังเกตุการเล่นของเจ้าหนูทอมดีๆ นั้นจะเห็นได้ว่ามันเข้าชน ตัดเกมส์ ครองบอล รวมไปถึงการหาโอกาสยิง ได้สุดยอดจริงๆ เป็นดาวรุ่งอนาคตไกลทีมจริงๆ วันนี้ถ้าไม่ได้หนูทอมผมว่าก็ไม่มีประตูของ ดาเรน เบนท์แน่นอน

จะสนใจไม่ได้สนใจเรื่องนักเตะเท่าไหร่ แต่วันนี้สิ่งที่น่าสนใจนั่นเป็น จิตใจของนักเตะ มันช่างเหมือนสมัย มาติน โย โดนไล่ออก แล้วรามอสเข้ามาคุมทีมจริงแท้หนอ วงเวียน ชีวิต พอเปลี่ยนผู้จัดการทีไรพากันกระชุ่มกระชวยเล่นดีเป็นเทน้ำเทท่า ขนาดโดนนำตั้งสองลูก ยังกลับมาตีเสมอได้ ถ้าเป็นฟุตบอลทั่วไปกับสภาพไก่ปัจจุบันนี้ มันช่างไม่น่าเชื่อว่าจะฮึดไม่ถอย อย่างมองไปเกมที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดกัน ก็หนีไม่พ้น เกมที่เจอกับสโตกซิตี้ มันเป็นเกมที่ทุกคนไม่อยากจดจำเลย เลวร้ายสุดๆแต่ก็ต้องยอมรับว่า การมีผู้เล่นแค่ 9 คนจะกลับมาให้สู้ต่อมันค่อนข้างยากเกินไป

พอมายุคของเรดแนบป์ทุกคนกลับกระชุ่มกระชวยอย่างเห็นได้ชัด มันช่างน่าสงสัย กลัวว่าเขาจะเตะไล่โคชเหมือนที่ชาวสเปอร์สไทยแลนด์สงสัยกันหรือปล่าวมันไม่ให้สงสัยก็ไม่ได้ ครับ ป่านนี้ถ้าให้เดานะครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่า น้ามอส แกจะไม่นั่งชมเกมนี้ ดูไปก็จะรอลุ้นไปว่ามันเป็นจริงอย่างที่แกว่าไหมว่านักเตะ สามรายที่แกใบ้มาจะเล่นเพื่อไล่แกออก หรือง่ายๆ คือพวกเป็นเกย์นั่นละครับ อิอิ มุกไม่ฮาพาเพื่อนเคลียด ก็พวกชอบแทงข้างหลังไงละ เฮ้อ ถ้าจะให้เดานะครับนักเตะที่เข้าข่าวน่าสงสัย คงหนีไม่พ้น เบนลี่นี่ละ อีกคนไม่อยากพูดเลยว่าเป็นโมดริช ทั้งสองคนทำให้เราเห็นได้ชัดเจนมากว่าฟอร์มสองนัดล่าสุดมันผิดหูผิดตาจริงๆ

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ความมั่นใจของนักเตะไก่ชุดนี้ก็เป็นแนวทางที่ดีต่อ ไป ไม่ว่านัดหน้าจะเอาชนะลิเวอร์พูล หรือไม่ได้ ก็คงเป็นสิ่งที่แฟนบอลไม่ซีเรียสมากมาย เท่ากับการแพ้ ฮัลซิตี้ รวมไปถึงแพ้สโตกหรอกนะครับ แต่ทว่าการที่ไก่เราสามารถเก็บแต้มในนัดที่เจอลิเวอร์พูลได้ มันจะทำให้สาวกไก่คึกมาได้ หลายโข เลยทีเดียว เพราะว่า เกมส์ที่ไก่เราเล่นดีที่สุดมันดันเป็นเกมที่ไก่เราเจอกับบิกโฟทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเชลซี หรือว่าเกมที่เจอกับ อาเซน่อล

ต่อไปเราก็ต้องมาตามลุ้นตามเชียร์กันละครับ ว่าน้องไก่ของเราจะทำได้ดีแค่ไหน และคาถาที่ผมเชื่อว่าถ้าเรานำชาวบ้านก่อน ผลลัพท์จะออกมาทำให้แฟนไก่ชื่นใจได้ และผมก็เชื่อว่าปีนี้ไก่ของเราไม่ตกชั้นแน่นอน และต้องได้แชมป์มาด้วยอีกรายการครับ

26 ตุลาคม 2551

ถอนราก ถอนโคน ..

ต้องยอมรับว่า ข่าวการไล่รามอส พร้อมทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นโปเยท์และเพื่อนโคชทั้งหลาย และยังพ่วงไปด้วยกับดาเมี่ยน โคมอลลี่ เป็นการไล่ออกแบบสายฟ้าแลปและ ไม่มีใครคาดคิดว่า จะโดนไล่ออกแบบชอกแฟนบอลแบบนี้เมื่อคืนตามเวลาเมืองไทย เรายังได้ยินรามอสออกมากระตุ้นลูกทีม ในการที่จะให้สู้เพื่อทีมต่อไปในนัดที่ต้องเจอกับ โบตัน แต่ผมตื่นเช้ามา นี่กระไร ชอกวงการทั่วหน้า ทั้งรามอส ทั้ง โคมอลลี่ อีกทั้งทีมงานของรามอส โดนเด้งกันทั่วหน้า ก็ยอมรับว่าหลายคน สงสารรามอส และคิดถึงผลงานของเขาเหมือนกับที่ตอน มาตินโย โดนปลด เฮ้อ การเมืองของเกมฟุตบอลSACKED ... คงขึ้นหน้าข่าวพาดหัวไปทั่ว และเกมส์ที่ ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ที่ทุกคนให้ความสนใจ อาจกลับมาให้ความสนใจเกมส์ที่ไวท์ ฮาร์เลน มากกว่าด้วยซ้ำ

การจากไปครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลเซอร์ไพร์มากนัก แต่ว่าเป็นการจากไปแบบไม่มีปี่ไม่มีข่าว ที่มีก็แต่ความสงสัยว่าบอร์ดบริหารจะเอายังไง กับสถานการณ์ปัจจุบัน จะปล่อยให้เรื่องมันเป็นไปเรื่อยๆ สภาพจิตใจของนักเตะต่อให้เล่นไป อีกทั้งฤดูกาล ก็คงไม่สามารถที่จะเก็บสามแต้มได้โดยง่าย แน่นอน และที่แย่กว่านั้นคือ แฟนบอลทั้งหลายก็เริ่มจะมาคิดคำว่า หนีตกชั้น อีกรอบ ตั้งแต่เจ็ดแปดปี ที่แล้ว ถ้าจำไม่ผิด สมัยนั้น ได้พระเอกขี่ ฉลามขาวมาช่วยกู้ชีวิต คือเจอเกนคลินมัน มาช่วยในช่วงท้ายจึงทำให้ รอดมาได้นักเตะแต่ละคนก็ มีคุณภาพดีทั้งนั้น
มาถึงตอนนี้ แฟนไก่เมืองไทยของเราก็ต้องยอมรับสภาพการเปลี่ยนแปลงกันละครับ เนื่องจากว่าความเชื่อมั่นในตัวรามอส นั้นยังมีอยู่ แต่ความสงสัยหลายคนก็บังเกิดขึ้นเช่นเดียวกันว่า ของดีจริงหรือปล่าว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นส่วนในแง่ของ ผู้จัดการทีมที่คาดว่าจะมาแทนนั้น เป็นแฮรี่เรด แนป กุนซือทีท ปอสมัท ---- ผมพอเข้าใจและพอเดาใจของ เลวี่ออกว่า การที่ดึงตัวผู้จัดการทีมที่มีประสปการณ์ จากอังกฤษนั้น เป็นสิ่งที่ง่ายต่อการปรับตัว ข้อดีของแฮรี่ เรดแนป นั้นถึงแม้ว่า จะทำผลงานไม่ได้เลิศเลออะไรแต่ถ้ามองดูการซื้อตัว แฮรี่ ฉลาดและซื้อตัวนักเตะในอังกฤษที่สามารถใช่งานได้เลยทั้งนั้น จะบอกว่าซื้อนักเตะ เกรด B ที่เคยเป็น เกรด A มา ไม่ว่าจะเป็น ทั้งเดโฟ เคราส์ แคมเบล และอีกหลายต่อหลายคน ที่ดึงตัวมาจากทีมดังๆ ทั้งนั้น
แฮรี่ เรดแนป จะสามารถเข้ามาทำทีมได้ทันทีเนื่องจากเป็นคนที่มีประสปการณ์ในการคุมทีมพรีเมียร์ไม่น้อย ที่สำคัญที่เหนือกว่ารามอสคือ การสื่อสาร ภาษานั้นสำคัญจนไม่อาจมองข้าม และถ้าเรามองไปในผลงานของเรดแนปก็ไม่ใช่ ขี้ๆ เพราะฤดูกาลที่แล้ว จะดีกว่ารามอสก็ว่าได้เพราะสามารถทำทีมได้แชมป์ FA คัพ เป็นถ้วยที่บอกว่า แฟนไก่ต้องการมากกว่า พรีเมียร์ซะอีก เป็นถ้วยประวัติศาสตร์ที่สร้างชื่อให้กับไก่ แต่ช่วงหลังๆ เราโดนแมนยูและอาเซน่อลแซงไปแล้ว ครั้งล่าสุดที่ได้มาก็ปี 1991 นับย้อนหลังไป 17 ปีที่แล้ว
ความคาดหวังของแฟน ยิด อาร์มี่ ไม่มีอะไรนอกไปจาก ให้ผู้จัดการทีมคนใหม่มากู้วิกฤติการครั้งนี้ และสามารถทำให้ทีมประสปความสำเร็จได้บ้าง ต่อไปแฟนไก่คงไม่ต้องการผู้จัดการทีมที่ดังแต่ไม่มีประสปการณ์อีกแล้ว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันย่ำแย่เกินที่จะบรรยายได้ นอกจากหัวเราะฮึๆๆ เซ็งจิตตอนนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า การถอนรากถอนโคนของ บอร์ดบริหารครั้งนี้จะเป็นอย่างไร และการเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่นี้จะทำให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน และช่วงเปิดตลาดการซื้อขาย ใครจะเข้ามาเป็นพระเอกขี่ม้าขาว เป็นกองหน้าที่สเปอร์สคาดหวังเอาไว้
ไม่แน่หลายคนอาจจะเห็น เดอะซาไก รีเทอร์น ..... น่าสงสัย

05 ตุลาคม 2551

04 ตุลาคม 2551

ระบบ "ทีม" ที่ดี

ว่ากันไปแล้ว การออกไปเยือน คาครอฟผลงานไม่ดี แต่ว่ายังเอาตัวรอดมาได้ สามารถเข้ารอบแบ่งกลุ่มไปได้ ทำให้เก้าอี้ของรามอสที่ร้อนๆ ก็เริ่มอุ่นๆ มาได้บ้างถึงแม้ว่า ผลงานจะลุ่มๆ ดอนๆ แต่ฮวนเด้รามอส ก็ยังคง อุ่นใจได้บ้างกับการเล่น บอลถ้วย ที่เขาถนัด ...

แต่จะคิดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก บางคนมองว่า อืมแล้วถ้วยพรีเมียร์ลีก มันไม่ใช่ถ้วยหรอครับ ทำไมรามอสไม่ค่อยจะมีด้วยเท่าไหร่ ถ้ามองไปสมัยที่รามอสยังคุมทีม อยู่กับ เซบีย่านั้น เขาก็ไม่ใช่ขี้เหล่กับบอล ลีก เนื่องจากเขาสามารถพาทีมก้าวมาติดอันดับ ทอปจนทำให้ เซบีย่ากลายเป็นทีมที่น่ากลัว และมีผู้เล่นที่ มีสักยภาพขึ้นมาทันที แต่เขาก็หอบเข้าหอบของ มาฝากชีวิตไว้ที่ ลอนดอน โดยที่ช่วงแรกนั้นใครจะเชื่อละครับ ว่ารามอส จะทำผลงานออกมาได้ แบบนี้ การที่เขานำทีมให้สามารถชนะทีมดังๆ ได้ในนัดอุ่นเครือง มิใช่สิ่งการันตี ความสำเร็จในลีก ได้เนื่องจาก มาติน โย ก็ได้ทำเช่นนี้เหมือนกัน และแล้ว ทุกสิ่งที่ทุกคนไม่อยากเจอ ไมอยากพบ มันก็เป็นจริงจนได้ ทีมจมท้ายตาราง .. สถานการณ์ ของรามอสมันช่าง เหมือนมาตินโย ซะนี่กะไร

จากสภาพที่เป็น ผู้จัดการทีมมาดเข้ม ตอนนี้ทำให้รามอสเริ่มกระสัปกระส่าย ลุ้นผลงานของตัวเองตลอดเวลา การได้แต้ม แม้แต่ คะแนนเดียว มันไม่ใช่ได้มาง่ายๆ เลย สำหรับสเปอร์สภายใต้การคุมทีม ระบบ โรเตชั่น ของฮวนเด้ รามอส ในช่วงต้น ฤดูกาลนี้ จะไปโทษรามอส เพียงคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะการที่ ทีมจะประสปความสำเร็จนั้น ก็ขึ้นกับปัจจัย หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น บอร์ดสโมสร ผู้บริหาร โคช ผู้จัดการทีม นักเตะ รวมไปถึงแฟนบอล แต่คงไม่มีใคร ที่มองอักแง่มุมนึง คือ "ทีม" ....

การที่ทีม มีการเปลี่ยนแปลง มากมายหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตู ไปจนถึง กองหน้า ทีมได้มีการเปลี่ยนแปลง แทบทุกตำแหน่ง จะว่าไปแล้วนักเตะใหม่ที่เข้ามา สามารถเป็น 11 ผู้เล่นในสนามได้เลยทีเดียว

ตอนนี้ไมมีใครอยากจะเชื่อว่า ยอดผู้จัดการทีมอย่าง ฮวนเด้ รามอส กำลังพบกับความเสี่ยงที่จะกระเด็นจากเก้าอี้ ถ้ามองกันดีๆแล้ว หลายคนก็ให้เครดิต ฮวนเด้ รามอสเป็น ผู้จัดการทีม ระดับต้นๆ ของโลก จากผลงานที่เขาได้สร้างมา และสไตร์ การทำทีม และความเข้า ขรึม สุขุม ดูเป็นผู้นำ และน่าเกรงขาม มันก็น่าจะทำให้ทุกคนเชื่อมั่นและไว้วางใจกับรามอส คนนึง

คงไม่มีใครที่คิดว่า ผู้จัดการทีมอย่าง เซอร์เอล็ก เฟอร์กูสัน หรือ แม้แต่ อาเซนเวนเกอร์ จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง ผมยังเชื่อเลยนะครับว่า ถึงแม้ว่าวันนึง ท่านเซอร์ นำทีมแมนยู จมท้ายตารางเหมือนรามอส ไม่มีแฟนบอลหรือบอร์ดบริหารคนไหน จะกล้าไล่ เฟอร์กี้ออก หรือกดดันเฟอร์กี้แบบนี้อย่างแน่นอน แต่ว่าก็ว่าเหอะ "ระบบทีม" ของแมนยู และตัวผู้เล่นของเขาต้องยอมรับว่าดี และลงตัว ดังที่ผมอยากเห็นสเปอร์สเป็นเช่นนั้นบ้าง การที่แมนยูจะซื้อใครซักคน เขาจะไม่มองสักว่าแต่ซื้อ ๆๆๆ มาแล้วค่อยมาหาตำแหน่งที่ ชัดเจน แต่เขาต้องแน่ใจแต่มั่นใจว่า ไอ้คนที่จะเข้ามานั้นต้องเหมาะกับระบบของเขา ตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งที่ขาดไป และสไตร์การเล่นบอลของคนนั้นที่จะซื้อมาใหม่ ต้องเป็นไปตามที่ระบบเขาต้องการ

ดังนั้นกลับมามองดูทีมไก่เดือยทองของเราบ้าง ตอนนี้รามอส แทบจะหาจุดยืนของตัวเองไม่ได้ และตัวแปรที่สำคัญอย่ายิ่ง คือการที่ต้องมาเสีย สองผู้เล่นสำคัญ อย่างเบอร์บาตอฟ กับ รอบบี้ คีน ที่ก่อนหน้านี้ รามอสได้วางระบบที่อยู่ใน อุดมคติ ของเขาเอาไว้ และวาดฝันทุกอย่างให้เป็น ระบบทีม ไว้อย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ได้ตัวนักเตะที่คอยสนับสนุน สองกองหน้ารายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการได้ตัว ลูก้า โมดริช มาและโจวานนี่ โดส ซานโตส รวมไปถึง ได้ตัว ฮุริญโญ่ โกเมส ที่มาอุดรอยรั่ว ปราการด่านสุดท้ายของสเปอร์สที่มีปัญหาเรื้อรัง

สุดท้าย สองนักเตะที่เป็นกำลังหลัก ไม่คิดว่าจะสูญหายไปแบบไม่ตั้งตัว ต้องจากไป ทำให้ระบบทีม ทีรามอสวางแผนเอาไว้ "ล่ม" ภายใจพริบตา ที่แย่กว่านั้นคือ การที่ต้องหาผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้ามาแทนทั้งสองคน ... ต้องเห็นใจรามอส และบอร์ดบริหาร อย่างมาก ที่ต้องดิ้นรนหา กองหน้ามาอยู๋กับทีม สเปอร์สเองก็ใช่ว่าจะไม่ติดต่อกองหน้าดีๆ แต่จะเห็นได้ว่า มีการเฟ้นหานักเตะมาตลอดโดยเฉพาะกองหน้า แต่สุดท้ายแล้ว ก็บอกได้คำเดียวว่า "เลือกไม่ได้" ได้ใครในเวลานั้นก็ดีถามไป .. การได้ตัว พลาฟิวเชนโก้ ก็ใช่ว่า จะเป็นกองหน้าที่เราอยากได้จริงๆ แต่มันไม่มีใครแล้ว ณ เวลานี้ก็ต้องเอา มาเสี่ยงว่าจะเข้าระบบทีมได้ไหม

โปะเชะ .... ช้า สไตร์การเล่นยังเหมือนกับ ดาเรนท์ เบนต์ อีกต่างหาก ช่างลำบากใจซะจริงๆ กับการล่าตาข่ายของทีม ที่ยังเป็นจุดบอดซะเหลือเกินที่ต่าจาก ฤดูกาลที่แล้วที่เราเป็นทีมที่มีการเล่นเกมส์รุก ได้น่าตื่นตาตื่นใจ ที่สุดทีมนึง แต่มาตอนนี้ต้องเห็นใจ รามอสอย่างมาก

สามนัดที่เหลือ เป็นการเจอน้องใหม่อย่าง ฮัลซิตี้ ทีคะแนน ไม่ใช่ขี้เหล่ และนัดล่าสุดก็บุกไปชนะ อาเซน่อล ถึงถิ่น ขวัญและกำลังใจเต็มเปี่ยมสำหรับ ฮัลซิตี้ อดีตทีมเก่าของ กองหน้าดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจากแมนยูอย่าง เฟสเซอร์ แคมเบลล์ ส่วนนัดต่อไปที่เราต้องเจอคือ น้องใหม่อีกทีมอย่าง สโต้ก ซิตี้ เป็นทีมที พอเวลาเล่นกับทีมใหญ่แล้ว เล่นได้ดี เกมส์รับเหนี่ยวแน่นอย่างมาก และอีกนัดขั้นกลางก่อนจะเจอกับ โบตันวันเดอร์เรอส์ ก็เป็นเกมส์ ยูฟ่าคัพ รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก จะเจอทีมใดนั้นก็เป็นอีกเกมส์ที่ สเปอร์สของรามอส ต้องรับภาระความกดดัน นี้อย่างแน่นอน แฟนบอลทุกคนไม่มีใครที่อยากเห็นทีมตัวเองต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมปีละครั้ง ก็อยากจะภาวนา ให้สเปอร์สลุกขึ้นจาก ระบบทีม ที่บอกได้ว่า ยังไม่ลงตัว ตอนนี้ซะที

Tottenham - Wisla Krakow




































27 กันยายน 2551