
แฟนบอลหลายคน อาจสงสัยเหมือนกับผมว่า ทำไม เลดลี่คิง ถึงได้มาเป็นกับตันทีม ของสเปอร์สในยุคปัจจุบันนี้ ทั้งๆ ที่สภาพร่างกายของเขา ถูกอาการบาดเจ็บรุมเร้า มาตลอด เวลา แต่เชื่อไหมครับว่า ในทีมปัจจุบันชุดนี้ มีแค่เลดลี่คิง คนเดียวเท่านั้นที่เป็นเด็กในเล้าของไก่ขนาดแท้อีกทั้งภาวะความเป็นผู้นำของเขา ไม่ว่าจะเป็นในสนาม และนอกสนามเพื่อนๆ ต่างให้ความเคารพ คิง รวมไปถึงผู้จัดการทีม ปัจจุบัน อย่างแฮรี่ เรดแนปป์ ที่ออกมายอมรับว่า คิงส์ คือผู้ที่มีสปิริต
แรงกล้า ต้องการลงเล่นให้กับทีมทั้งๆ ที่อาการบาดเจ็บของเขานั้น ร้ายแรงเหลือเกิน แฟนบอล หลายคนต่างวิภากวิจารย์เกมส์ และวิจารย์คน ในแต่ละมุมมองต่างกันไป แตว่ามีนักเตะคนนึงที่เวลาลงยืนในสนามแล้ว ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงเขาในแง่เสียหาย นั่นก็คือ ราชาแห่ง เดอะเลนคนนี้คือ เลดลี่คิง
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเลดลี่ คิงจะมีอาการบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอด แต่ว่าเขาก็ยังเป็นที่ไว้วางใจของผู้จัดการทีมให้เป็นกับตันทีม ทั้งๆที่มองอีกแง่มุมนึง คนที่น่าจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ควรจะเป็น รอบบี้ คีน ที่เขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของสเปอร์สเช่นเดียวกัน แต่คีน นั้นก็เป็นแค่รองกัปตัน เมื่อใดที่ คิงกลับคืนสนาม เขาจะได้สวมปอกแขนกับตันทันที ใครจะรู้ว่าเวลาที่ คิงส์ ลงเล่นให้กับเราแต่ละนัด เขานั้นต้องกัดฟันหรือขอร้องผู้จัดการทีม
เพื่อที่จะได้รับโอกาสในการช่วยเหลือต้นสังกัด ถึงแม้ว่าต้องประคบน้ำแข็งตลอดเวลาก่อนลงสนาม คิงก็ทำ นี่คือสิ่งที่น่าชื่นชมและเห็นใจเป็นอย่างมาก
คิง เกิดเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคม ปี 1980 เติบโตที่ลอนดอน และเขาเองก็ออกมาตั้งเป้าว่าเขานั้นต้องการเล่นให้กับสเปอร์สจนถึงปี 2010 อาชีพ ค้าแข้งของ เลดลี่คิงนั้น ช่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย คิงส์ เริ่มต้น อาชีพการค้าแข้งของเขา ด้วยการเป็น นักเตะในอาเคดามี่ ของสเปอร์สในปี 1997 ตอนนั้นอายุเขาเพียง 16 ปีเท่านั้น
และปีถัดไปจากนั้นเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของทีมได้ การปรากฎตัวครั้งแรกของคิง ที่ทำให้คนรู้จักเจ้าหนูคนนี้ ก็เมื่อปี 1999 ที่แอนฟิล รังของหงส์แดง ลิเวอร์พูลในเกมที่สเปอร์สแพ้ 2-3 ตอนนั้นเป็นยุคของผู้จัดการทีมของ เดอะจอต "จอต เกรแฮม" ซึ่ง เกรแฮมนั้น นิยมที่จะให้ เลดลี่คิง เล่นในตำแหน่ง กองกลางมาตลอด
และเขาก็สามารถสร้างชื่อเขาได้อีก เมื่อเกมเอาชนะ ลิเวอร์พูลไปได้ 2-1 ในปี 2000 เดือนพฤจิกายน และเขาก็สามารถทำประตูแรกให้กับตัวเขาในชุดสเปอร์สได้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี 2000 ในเกมส์ที่เสมอ แบรดฟอร์ด ซิตี้ 3-3 ประตูนั้นก็เป็นที่จดจำได้เป็นอย่างดี เมื่อ คิงยิงได้ในเวลาอันสั้น แค่ 10 วินาที และเป็นสถิติ ที่ไม่สามารถมีใครทำลายได้จนถึงทุกวันนี้ อืมไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคับ
แต่ว่า ช่วงนั้น จอต เกรแฮม ถูกปลดออกจากตำแหน่ง คิงก็ถูกย้ายให้มาเล่นในตำแหน่ง กองหลังภายใต้การคุมทีมของ ผุ้จัดการทีมคนใหม่ มีนามว่า "เกรน ฮอตเดิล" ซึ่งช่วงเวลานั้นก็เป็นช่วงประจวบเหมาะที่ "โซล แคมเบลล์" ได้ยายไปอยู่กับคู่อริอันดับหนึ่งอย่าง อาเซน่อล แบบชอกแฟนบอลทั่วกัน นั่นเป็นจุดเริ่มที่ทำให้ คิงได้ก้าวมาเล่นตำแหน่งนี้เต็มตัวเป็นครั้งแรกให้กับสเปอร์ส
เป็นโอกาสของคิงส์ ที่ได้ก้าวมาเป็นเซ็นเตอร์แบค ที่ดีที่สุดของทีม เขาเล่นตำแหน่งนี้ในยุคของเกรนฮอดเดิล และประสปความสำเร็จอย่างมาก ในช่วงปี 2001-2002 ในเกมส์นึงที่เขารักษาคลีนชีตได้ เมื่อพบกับ แอสตันวิลล่า เป็นการเล่นที่ฟอร์มดีและสร้างชื่อกับ คิงส์ อย่างมาก เป็นเกมส์ที่ สเปอร์สเจอกับ "เอฟเวอร์ตัน" คิงได้รับหน้าที่ ประกบ "ดันแคน เฟอร์กูสัน" ได้อยู่หมัด ในการลงเล่นเป็นตัวสำรอง สำหรับเจ้าหนู คิงส์
หลังจากนั้น จบฤดูกาล คิงก็ได้ถูกเรียกตัวให้ติดทีมชาติ อังกฤษและเป็นที่คาดหมาย ในวงการอังกฤษว่าเขาคือนักเตะกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดของอังกฤษ และจบฤดูกาลสเปอร์สได้อันดับที่ 9 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ณ ตอนนั้น
แต่แล้ว เกรน ฮอดเดิล ก็โดนปลดตามระเบียบ ในปี 2003 ผู้ที่เข้ามารับหน้าที่แทนชั่วคราวตอนนั้นเป็น "เดวิด พีท" พีทได้ย้ายคิงมาเล่นเป็น กองกลางอีกครั้ง และคิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาเล่นในตำแหน่งนี้ได้อย่างดี ความสามารถของเขาเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากในปี 2004 ในการเล่นตำแหน่งนี้ หลังจากที่ไม่สามารถทำประตูได้ตอนเป็นกองหลัง พอได้มาเล่นกลาง เขาก็สามารถทำประตูได้ ในเกม FA CUP เจอกับ แมนซิตี้
และหลังจากนั้น ก็ทำประตูได้อีก เมื่อเจอกับ ชาร์ตัน แอตเธอแลนติก ในสัปดาห์ถัดไป ก่อนที่เขาจะถูก สเวน โกรัน อีริกสัน เรียกตัวให้ติดทีมสิงโตคำราม ลุยศึกยูโร 2004
แต่ในซัมเมอร์ปี 2004 นั้นสเปอร์สได้ปรับปรุงทีมอย่างมากมาย เมื่อ ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง "ชาร์ก ชองตินี่" สลัดคราบกุนซือ ทีมชาติฝรั่งเศษ มาคุมทีมไก่เดือยทอง นั้นได้ซื้อ ทั้ง "ไมเคิล คาริก เปโตร เมนเดส รวมไปถึง ชอน เดวิส" เข้ามาร่วมทีมด้วย และก็ทำให้เลดลี่ คิงส์ ต้องย้ายไปเล่นตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบคอีกรอบ ช่วงนั้นชองตินี่ ได้ซื้อ กองหลังชื่อ "นอเรดดีน เนเบท" ได้เข้ามาเล่นกองหลังคู่กับ คิง และทีมก็ยังได้เซ็น
สัญญาคว้าตัว "พอล โรบินสัน" ประตูทีมชาติ มาด้วยอีกคน ช่วงนั้นทำให้สเปอร์สเสียประตูไปแค่ 41 ประตู ในพรีเมียร์ลีก เป็นการเสียประตูที่น้อยที่สุดตอนนั้น นับตั้งแต่ปี 1970-71 คิงส์ เล่นครบ 90 นาที ทั้งหมด 38 เกมส์ ในลีกคัพอีก 9 ใน 10 เกมส์ของบอลถ้วย มีเกมส์เดียวที่เขาพลาดคือ เกมที่เอาชนะ ฟอเรส ไปได้ 3-0 สเปอร์สได้คลีนชีต ไป 13 เกมส์ ในพรีเมียร์ลีก และคิงส์ ก็ยังได้รับ แมนออฟเดอะ แมตในเกมส์ที่เสมอ เชลซี ไป 0-0 และเชลซีก็ได้แชมป์ในปีนั้น
คิงส์ สามารถทำประตูได้ทั้งหมด 3 ประตู ในเกมส์เจอ อาเซน่อล แอสตันวิลล่า และ FA Cup ไบรตัน อัลเบียน ในปี 2005 และในปี 2005 "เจมี เรดแนปป์" ได้ย้ายไปอยู่กับ เซาแธมตัน ทำให้ คิงส์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกับตันทีมคนใหม่ในยุคของ "มาร์ติน โยว"
ดังนั้น ยุคมาร์ติน โยว์ จึงเป็นจุดเริ่มแห่งการเป็นกับตันทีมของคิง ปัจจุบันนี้ ในปี 2005 นั้น คิงเริ่มการเป็นกับตันทีม โดยการนำทีม คว้าแชมป์ พีทคัพ ที่เอาชนะ ลียงจาก ฝรั่งเศษไปได้ และความหวังของทีมก็สุงขึ้น และคิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง และเขาก็ได้จับคู่กับ เซ็นเตอร์คนใหม่คือ ไมเคิล ดอสัน คิงเอง ได้แสดงความสามารถและความแข็งแกร่งของเขา ออกมาได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วด้วยซ้ำ เสียไปแค่ 38 ประตูในลีก และเขายังช่วยทำประตูได้สองลูก ในเกมเจอกับชาร์ตัน และ ปอทสมัทธและอีกครั้งในเกม ลอนดอน ดาร์บี้แมตกับอาเซน่อล
เมื่อมาถึงจุดนี้ คิงส์ ได้รับความคาดหมายว่าจะเป็นนักเตะสเปอร์สที่นำทีมเข้าไปเล่นแชมป์เปียนลีก ได้ แต่แล้ว ความฝันก็สลายเมื่อ เขาได้รับบาดเจ็บพลาดการลงสนามให้กับทีม 4 นัดสุดท้าย สเปอร์สเก็บได้แค่ 4 แต้มเท่านั้น และต้องแข่งกับ อาเซน่อลเพื่อแย่งชิงกันคว้าตั๋วใบสุดท้าย กับอาเซน่อล แต่โชคไม่เข้าข้างสเปอร์สหรือสวรรค์แกล้งไม่รู้ เมื่อนักเตะท้องเสียจากอาหารกันทั้งทีม ในนัดที่ต้องเจอกับเวสแฮม และสเปอร์สก็แพ้ไป ในขณะเดียวกัน อาเซน่อลก็ชนะ ทำให้สเปอร์สจบอันดับเพียงแค่ที่ 5 ได้ไปเล่นยูฟ่าคัพแทน แต่คิง ก็ได้กลายเป็น กับตันทีมที่ได้กับทีมสูงสุดในลีก ในรอบ 16 ปี
ฤดูกาล 2006-7 เป็นฤดูกาลที่ยากลำบากของคิงส์ เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บ เรื้อรัง หลังจากที่เขาเจ็บเข่า ในการซ้อมก่อนเริ่มฤดูกาล คิง ไม่ได้เริ่มเล่นกับทีมจนกลางเดือน สิงหาคม เขาก็ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซวยซ้ำกรรมซ้อนไปอีก คิงพลาดการเล่นให้กับสเปอร์สใน เกม ยูฟ่าคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เจอกับ เซบีย่า สเปอร์สนั้นต้องเล่นถึง 59 เกมส์ในทุกรายการ แต่คิงก็ไม่ย่อท้อ เขาเล่นฟิตเนท และดูแลตัวเองมาตลอดเพื่อให้ได้ลงเล่นกับทีมให้ได้ และในที่สุดคิงก็กลับมาช่วยทีมได้นัดแรกที่เจอกับเชลซี นัดนั้น อาเยน รอบเบนเป็นตัวชูโรง คิงก็หยุดการเคลื่อนไหวของ รอบเบนได้ดีจนสุดท้าย สเปอร์สสามารถเอาชนะเชลซีได้ 2-1 เป็นการชนะนัดแรกเหนือสิงบลูตั้งแต่ปี 1990 และเป็นครั้งแรกในไวท์ฮาร์ทเลน ตั้งแต่ปี 1987
คิงนั้นได้กลับมาเล่นเต็มที่กับเกมบอกซิ่งเดย์ ปี 2007-8 เล่นไป 73 นาที กับการเจอกับ ฟูแล่ม ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนออกโดย อัลเดล ทารับ และคิงก็ได้เล่นอีกนัด ในการเอาชนะ เรดดิง แบบสุดมัน 6-4 ตอนนั้นเดโฟ สามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และดูเหมือนว่า คิงจะสามารถหลีกหนีอาการบาดเจ็บของเขาได้แล้วด้วย แต่แล้วเขาก็กลับมาเจ็บซ้ำเจ็บซ้อน แต่ว่าในที่สุด นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2007-8 นัดชิงคาริงคัพ คิงส์ สามารถกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ และจับคู่กับกองหลังใหม่อย่าง "โจนาธาน วูดเกดส์" และเขาก็รับถ้วยพร้อมรอบบี้ คีน ตอนนั้นเป็นแชมปฺ์แรกของชีวิตการค้าแข้งของคิงกับสเปอร์ส
ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ เลดลี่คิง ยังคงเป็นกับตันทีมคนแรกคนเดียว ของสเปอร์ส ตอนนี้ที่เหมาะสมที่สุดที่ไม่สามารถมีใครมาแย่งตำแหน่งนี้จากเขาไปได้ คิงเป็นนักเตะในเล้าไก่โดยแท้จริง และไม่แน่ว่าต่อไปเขาต้องเป็นตำนานของสเปอร์ส อาการบาดเจ็บของคิง อาจจะทำให้นักเตะผิวสี ที่แฟนบอลทุกคนอยากเห็นเขาลงสนามทุกครั้ง ต้องเลิกไปอาจเป็นไปได้ แต่สิ่งที่เราชาวไก่เห็นก็คือ ความทุ่มเท ความรัก ความเป็นไก่ที่แท้จริง คนนี้ ที่นามว่า เลดลี่ คิง
ขอยกให้นายคือ "The King" ราชาแห่ง เดอะเลน ตัวจริง................

1 ความคิดเห็น:
ขอบคุณมาก ๆ นะครับ
แสดงความคิดเห็น